เลือกภาษา
Long live the King of Thailand
ในหลวงเสด็จทุ่งมะขามหย่อง อยุธยา
การแสดงชุดหลั่งเลือดทาบทา ปกปักษ์รักษาแผ่นดิน ณ ทุ่งมะขามหย่อง
วันพุธที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2553
มติ ครม.
เปิดเผยถึงมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๓
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ ๔ เรื่อง
การถวายพระราชสมัญญา "พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน"
ครม.เห็นชอบการถวายพระราชสมัญญา "พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน" เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
ศธ.ได้รายงานว่า พระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาการศึกษาไทย พระองค์ทรงสนพระราชหฤทัยเป็นพิเศษ ส่งผลให้การพัฒนาการศึกษาของชาติมีความเจริญก้าวหน้าแผ่ขยายครอบคลุมทั้งในเมืองและในชนบทโดยทั่วถึง ในรัชสมัยของพระองค์การศึกษาของไทยพัฒนาก้าวหน้าครอบคลุมทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งเป็นคุณประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยและการศึกษาไทยที่สำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์การพัฒนาของประเทศไทย โดยพระราชกรณียกิจในส่วนที่เกี่ยวกับการศึกษาในระบบโรงเรียนนั้น เริ่มจากใน พ.ศ. ๒๔๙๘ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโรงเรียนจิตรลดาขึ้นสำหรับพระราชโอรสพระราชธิดา บุตรข้าราชบริพารในพระราชวัง ตลอดจนเปิดโอกาสให้บุคคล ทั่วไปได้ร่วมเรียนด้วย ต่อมาเมื่อพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรบริเวณชายแดนทุรกันดาร ทำให้ทรงทราบถึงปัญหาการขาดแคลนที่เรียนของเด็กและเยาวชนจึงมีมีพระราชดำริให้จัดสร้างโรงเรียนให้แก่เด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนโอกาสทางการศึกษา
ทั้งนี้ โรงเรียนที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริและอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ช่วยเหลือทรงอุปถัมภ์ หรือทรงให้คำแนะนำมีจำนวน ๑๐๔ โรงเรียน จำแนกเป็นโรงเรียนประเภทต่างๆ ได้แก่ โรงเรียนจิตรลดา กลุ่มโรงเรียนราชวินิต โรงเรียนสงเคราะห์เด็กยากจนในพระบรมราชานุเคราะห์ กลุ่มโรงเรียนร่มเกล้า โรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ โรงเรียนวังไกลกังวล โรงเรียน ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โรงเรียนที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริ และอยู่ในความดูแลของมูลนิธิ หรือองค์กรต่างๆ เช่น โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ โรงเรียนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ
ส่วนการศึกษานอกระบบโรงเรียน ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการพระดาบสขึ้น ด้วยความห่วงใยต่อพสกนิกรที่ต้องการแสวงหาความรู้ แต่ขาดโอกาสในการศึกษาเรียนรู้ ทำให้พลาดโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง โดยโครงการพระดาบสได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๑๘ เปิดทำการสอนวิชาชีพแขนงต่างๆ เพื่อให้ผู้ผ่านหลักสูตรสามารถออกไปประกอบอาชีพได้ตามแนวพระราชดำริ
นอกจากนี้ ได้ทรงริเริ่มโครงการที่ส่งเสริมการศึกษาและการจัดตั้งทุนการศึกษา โดยทรงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งกองทุนต่างๆ เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาของชาติอย่างหลากหลาย อาทิ ทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ทุนเล่าเรียนหลวง ทุนพระราชทานแก่นักเรียนชาวเขา ทุนปริญญาเอกกาญจนาภิเษก โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน เป็นต้น
--------------------------------------------------------------------------------
เห็นชอบยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศในช่วงการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง พ.ศ.๒๕๕๒– ๒๕๖๑
ครม.เห็นชอบในหลักการยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศในช่วงการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง พ.ศ.๒๕๕๒– ๒๕๖๑ โดยมีการกำหนดวิสัยทัศน์ไว้ว่า “ระบบการผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ มีความสอดคล้องกับความต้องการและมีประสิทธิภาพในการเสริมสร้างการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนสามารถแข่งขันได้กับนานาประเทศ โดยความร่วมมือของทุกภาคส่วน” และกำหนดเป้าหมายปี ๒๕๓๔ ว่าจะต้องมีกรอบมาตรฐานคุณวุฒิแห่งชาติ (National Qualifications Framework : NQF) มีการจัดตั้งสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพเพื่อการรับรองสมรรถนะความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติงานตามมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพ มีการขยายการศึกษาระบบทวิภาคี สหกิจศึกษา และการฝึกงานให้มากขึ้น โดยมีสัดส่วนผู้เรียนในระบบทวิภาคีและสหกิจศึกษา เป็นร้อยละ ๓๐ ของผู้เรียนอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา โดยสัดส่วนผู้เรียนอาชีวศึกษาเพิ่มขึ้น โดยมีสัดส่วนผู้เรียนอาชีวศึกษา : สามัญศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเป็น ๖๐ : ๔๐ และมีกำลังแรงงานที่มีการศึกษาระดับมัธยมศึกษาขึ้นไป เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ ๖๕ และมีสมรรถนะทางวิชาชีพตามมาตรฐาน
เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ เป้าหมาย และกรอบการดำเนินงานดังกล่าว จึงได้กำหนด ๙ ยุทธศาสตร์และมาตรการ ดังนี้
ยุทธศาสตร์ที่ ๑ : ปฏิรูปการเรียนรู้ด้านการศึกษาเพื่ออาชีพ ประกอบด้วย ๑๐ มาตรการ
ยุทธศาสตร์ที่ ๒ : พัฒนาคุณภาพกำลังคนทุกระดับ ประกอบด้วย ๗ มาตรการ
ยุทธศาสตร์ที่ ๓ : เร่งผลิตและพัฒนากำลังคนด้านอาชีวศึกษา ประกอบด้วย ๙ มาตรการ
ยุทธศาสตร์ที่ ๔ : ผลิตและพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งสาขาขาดแคลนและจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ ประกอบด้วย ๘ มาตรการ
ยุทธศาสตร์ที่ ๕ : พัฒนาสมรรถนะและขีดความสามารถของกำลังแรงงาน ประกอบด้วย ๑๑ มาตรการ
ยุทธศาสตร์ที่ ๖ : เสริมสร้างความยั่งยืนให้กับภาคการผลิตและบริการที่เชื่อมโยงกับการพัฒนากำลังคน ประกอบด้วย ๗ มาตรการ
ยุทธศาสตร์ที่ ๗ : เสริมสร้างความเข้มแข็งของครู คณาจารย์ และผู้บริหาร ประกอบด้วย ๑๐ มาตรการ
ยุทธศาสตร์ที่ ๘ : พัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย ๑๐ มาตรการ
ยุทธศาสตร์ที่ ๙ : สร้างระบบความร่วมมือและเครือข่ายในการผลิตและพัฒนากำลังคน ประกอบด้วย ๑๐ มาตรการ
--------------------------------------------------------------------------------
เห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสวัสดิการแก่ครอบครัวของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ถึงแก่ความตายอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ตามมาตรา ๗๗
ครม.เห็นชอบในหลักการร่างหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสวัสดิการแก่ครอบครัวของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ถึงแก่ความตายอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และร่างหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสวัสดิการแก่ครอบครัวของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ถึงแก่ความตายอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวม ๒ ฉบับ โดยมีสาระสำคัญดังนี้
- ร่างหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสวัสดิการแก่ครอบครัวของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ถึงแก่ความตายอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ได้กำหนดให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ถึงแก่ความตายอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการตามเงื่อนไขที่กำหนดให้ได้รับการเลื่อนเงินเดือนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยกำหนดให้ครอบครัวของข้าราชการครูฯ ผู้ถึงแก่ความตายได้รับสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล การครองชีพ การศึกษาหรือฝึกอบรม การสนับสนุนเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพ และสิทธิพิเศษการเข้าทำงานในสถานประกอบการของรัฐตามที่กำหนด และได้กำหนดวิธีการพิจารณาเลื่อนเงินเดือน การแจ้งสิทธิ การได้รับสวัสดิการ การยื่นขอรับสิทธิ และให้การเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด
- ร่างหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสวัสดิการแก่ครอบครัวของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ถึงแก่ความตายอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้กำหนดให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ถึงแก่ความตายอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามเงื่อนไขที่กำหนด ให้ได้รับเงินเดือน การเลื่อนเงินเดือนกรณีพิเศษ และได้รับการพิจารณาพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยกำหนดให้บรรจุทายาทของครอบครัวของข้าราชการครูฯ ผู้ถึงแก่ความตายเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือเอกชนตามที่กำหนด พร้อมทั้งกำหนดให้ครอบครัวของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ถึงแก่ความตายได้รับสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล การครองชีพ การศึกษาหรือฝึกอบรม การสนับสนุนเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพ และสิทธิพิเศษการเข้าทำงานในสถานประกอบการของรัฐตามที่กำหนด นอกจากนี้ได้กำหนดให้มีการจัดงบประมาณเป็นเงินช่วยเหลือแก่ทายาทของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ถึงแก่ความตายตามที่ขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลัง โดยได้รับสิทธิประโยชน์ สวัสดิการต่างๆ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
--------------------------------------------------------------------------------
อนุมัติกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา พ.ศ. ....
ครม.อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา พ.ศ. .... โดยสาระสำคัญของร่างกฎกระทรวง ได้มีการกำหนดนิยามของคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา พร้อมทั้งกำหนดผู้มีสิทธิขอรับเงินกองทุน หลักเกณฑ์การยื่นขอรับเงินกองทุน กำหนดขั้นตอนการพิจารณาแผนงานหรือโครงการ หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาการกลั่นกรองทางวิชาการ การกลั่นกรองทางวิชาการ การพิจารณาแผนงานหรือโครงการที่เสนอขอรับเงินกองทุน และอำนาจในการอนุมัติเงินกองทุนของคณะกรรมการ รวมทั้งได้กำหนดให้งานจากโครงการที่ได้รับเงินจากกองทุนให้ตกเป็นลิขสิทธิ์ของสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
อ้างอิงจาก http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=21785&Key=news1
วันศุกร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2553
วันรัฐธรรมนูญ
๑๐ ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันรัฐธรรมนูญ
เพื่อเป็นการระลึกถึงรัฐธรรมนูญฉบับแรก
อันเป็นฉบับถาวร เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ
และเป็นเครื่องกำหนดระเบียบแบบแผนของสังคม
ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
ได้พระราชทานให้กับปวงชนชาวไทย
เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๕
ปฎิรูปการเงินเพื่อการศึกษา
รมว.ศธ. กล่าวว่า คณะอนุกรรมการสภาการศึกษาด้านทรัพยากรและการเงินเพื่อการศึกษา โดยศาสตราจารย์สุรพล นิติไกรพจน์ ได้นำเสนอยุทธศาสตร์การปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษา ดังนี้ ๑) ยุทธศาสตร์การเงินการคลัง ๒) ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการและการใช้ทรัพยากรเพื่อการศึกษา ๓) ยุทธศาสตร์การระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษาและส่งเสริมการมีส่วนร่วม ๔) ยุทธศาสตร์การส่งเสริมความเข้มแข็งของสถานศึกษา โดยมีการกำหนดกลไกในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการเงินเพื่อการศึกษา ได้แก่
๑. กลไกการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการใช้ทรัพยากรเพื่อการศึกษา โดยจัดทำแผนในการยุบรวม เลิก หรือการรวมกลุ่มสถานศึกษา (Cluster) ในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา กำหนดจำนวนและที่ตั้งสถานศึกษา รวมทั้งจัดทำแผนขั้นตอนการบริหารจัดการด้านการเงินและบุคลากรเพื่อรองรับการยุบ รวม เลิก หรือการรวมกลุ่มสถานศึกษาที่หมดความจำเป็นหรือต้นทุนต่อหน่วยสูงและด้อยประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ นอกจากนี้ยังมีการจัดสรรอุดหนุนงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาคุณภาพการศึกษา เพื่อเป็นแรงจูงใจแก่สถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา รวมถึงการส่งเสริมสถานศึกษาที่มีศักยภาพ ความพร้อม ไปสู่สถานศึกษาที่มีรูปแบบเป็นองค์การมหาชน หรือเป็นนิติบุคคล เพื่อความเป็นอิสระ ความคล่องตัวในการบริหารจัดการ ตลอดถึงการพัฒนาการศึกษาให้มีศักยภาพ มีความพร้อม และการดำเนินการออกแบบและวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรในการบริหารจัดการศึกษา ได้แก่ การจัดระบบการจัดสรรเงินอุดหนุนผ่านด้านอุปสงค์ หรือตัวผู้เรียน การจัดสรรเป็นเงินก้อนแก่สถานศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน การจัดสรรเงินผ่านด้านอุปทาน หรือสถานศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา ๒. กลไกการส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อการระดมทุนจัดการศึกษา ได้แก่ ส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ การให้ความรู้ การดำเนินการตามกฎหมายภาษีอากร สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร ให้แก่บุคคลและสถาบันที่มีส่วนร่วมในเรื่องของการระดมทุน และสนองทุนเพื่อการศึกษาจากทุกภาคส่วน ให้มีการผ่อนคลายกฎระเบียบต่างๆ ที่เป็นอุปสรรค โดยผู้เรียนมีส่วนร่วมรับภาระค่าใช้จ่ายจากการบริการการศึกษา ๓. กลไกการดำเนินงานตามหลักการและแนวทางการปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษา ส่งเสริมให้มีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม การออกแบบและการพัฒนาการเงินเพื่อการศึกษา ให้มีการทดลองนำร่องระบบบริหารจัดการที่ใช้โรงเรียนเป็นฐาน ระบบจัดสรรเงินผ่านด้านอุปสงค์ หรือตัวผู้เรียน ระบบการจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศ เพื่อการรายงานและการตรวจสอบ ๔. กลไกการตรวจสอบเพื่อการประกันคุณภาพการศึกษา การออกแบบพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ เพื่อเป็นข้อมูลในการรายงานผลการดำเนินงานของสถานศึกษา ให้มีความแม่นยำ ถูกต้อง ทันเวลา มีความโปร่งใส ๕. กลไกด้านกฎหมาย ปรับปรุงกฎกระทรวง ระเบียบวิธีปฏิบัติ ปรับปรุงกฎหมายเดิม รวมถึงการออกกฎกระทรวงในการตรวจสอบ ติดตาม และประเมินผลการใช้จ่ายงบประมาณการจัดการศึกษา และเสนอให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา โดยมุ่งวัตถุประสงค์ด้านการผลิตกำลังคน เพื่อสนองตอบต่อความต้องการในการพัฒนาประเทศ และการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ เพื่อให้กองทุนมีความยั่งยืนในระยะยาว ๖. กลไกการผลักดันจากผู้บริหารระดับสูง เป็นกลไกที่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบกรอบหลักการ แนวคิด ยุทธศาสตร์ปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษาขั้นพื้นฐาน ยุทธศาสตร์ปฏิรูประบบการเงินเพื่อการอุดมศึกษา และสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) รวมถึงการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษาตามกรอบและแนวคิดดังกล่าว
รมว.ศธ. กล่าวสรุปว่า ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบยุทธศาสตร์การปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษา และจะเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ รวมถึงเสนอให้คณะกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (กนป.) ได้รับทราบ ตามกรอบแนวคิดในการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษาให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว กำหนดภารกิจให้ชัดเจน มีองค์กรในการตรวจสอบระบบการเงินเพื่อการศึกษาที่มุ่งเน้นในการจัดการไปสู่สถานศึกษา เพื่อให้สะท้อนคุณภาพ และมีการระดมทรัพยากร ซึ่งจะมีการดำเนินการทำเป็นวาระพิเศษ เพื่อให้มีการระดมทรัพยากรให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น
สำหรับการกำหนดยุทธศาสตร์การปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษามีประเด็นสำคัญ ได้แก่
การให้สถานศึกษาได้มีงบประมาณการดำเนินการในการจัดการศึกษาเพิ่มมากขึ้น ทั้งในส่วนงบประมาณกลางจากภาครัฐ และในส่วนที่ต้องระดมทรัพยากรจากทุกภาคส่วน
ให้สถานศึกษามีความคล่องตัว เป็นอิสระ ในการบริหารทรัพยากร รวมถึงมีการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง
การตรวจสอบติดตามการใช้งบประมาณด้านการศึกษาให้เกิดประโยชน์และมีประสิทธิภาพสูงสุด มีการเสนอการจัดทำประมาณการด้านการเงิน การสร้างแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์ ฯลฯ เพื่อดำเนินการในการขับเคลื่อนให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์และกลไกดังกล่าวต่อไป
อ้างอิงจาก http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=21614&Key=news1
วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ยินดีกับความสำเร็จของ UTQ
E-training สามารถดาวน์โหลดวุฒิบัตรได้แล้วตั้งแต่เมื่อวันที่
3 ธันวาคม 2553 ตามหลักสูตรที่ลง ผมก็ได้ดำเนินการแล้ว
เป็นความภาคภูมิใจสำหรับการอบรมครั้งนี้ สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ลง
ทะเบียนเรียนก็เตรียมสมัครในรุ่นที่ 2 ครับ
http://www.utqonline.in.th/
วันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2553
"ผู้แทครูมัธยมศึกษา" ยื่นหนังสือเร่งรัดการอ่านและอนุมัติผลงาน คศ.3
เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 สมาพันธ์ผู้แทนครูมัธยมศึกษาใน อ.ค.ก.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย โดยการประสานงานของนายสงกรานต์ จันทร์น้อย ผู้แทนครู ใน กคศ. นายสมยศ เทพนิมิตร ประธานสมาพันธ์ฯ , นายวัฒนา ไตรยราช เลขาประธานสมาพันธ์ ได้จัดประชุมสัมมนา และได้เข้าพบและยื่นหนังสือ กับ นายวิศร์ อัครสันตติกุล ก.ค.ศ. , นางรัตนา ศรีเหรัญ รองเลขา ก.ค.ศ. และนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเร่งรัดให้ดำเนินการอ่านผลงานและอนุมัติผลทางวิชาการที่ครูได้ส่งผลงาน ซึ่งในขณะนี้มีความล่าช้า และได้ติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับการย้ายของข้าราชการครู ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทางสมาพันธ์ผู้แทนครูมัธยมศึกษา จะติดตามและเร่งรัดให้ดำเนินการต่อไป
อ้างอิงจาก http://www.kruthai.info/main/board01_/shows.php?Category=find&No=359
ประกาศรับสมัครคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพม.
ประกาศรับสมัครคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพม.
กลุ่มสอบคัดเลือก จำนวน 11 ตำแหน่ง และ
กลุ่มคัดเลือก จำนวน 12 ตำแหน่ง
สมัคร 6-8 ธันวาคม 2553 สำนักงาน ก.ค.ศ.ชั้น 5 อาคารรัชดาภิเษก
กระทรวงศึกษาธิการ เวลา 08.30-16.30 น.
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือก 10 ธ.ค. 2553
สอบคัดเลือก
กลุ่มสอบคัดเลือก ภาค ก สอบข้อเขียน 12 ธ.ค. 2553 เวลา 09.00-115.30 น.
ภาค ข ประเมินสมรรถนะทางการบริหาร 17 ธ.ค. 2553 09.00-16.30 น.
ภาค ค ประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง 18 ธ.ค. 2553 09.00-16.30 น.
กลุ่มคัดเลือก ภาค ก 16 ธ.ค. 2553 09.00-16.30 น.
ภาค ข 18 ธ.ค. 2553
ประกาศผลการคัดเลือก 20 ธ.ค. 2553
อ่านเพิ่มเติมที่
http://203.146.15.33/webtcs/files/691-53.pdf
วันพุธที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ชื่อเขตพื้นที่ที่เป็นภาษาอังกฤษ
ชื่อเขตพื้นที่ที่เป็นภาษาอังกฤษ (ดร.รังสรรค์ มณีเล็ก)
- เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
Primary Educational Service Area (PESA)
- สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
Primary Educational Service Area Office (PESAO)
- สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่
Krabi Primary Educational Service Area Office
- เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา
Secondary Educational Service Area (SESA)
- สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1
Secondary Educational Service Area Office 1 (SESAO)
อ้างอิงจาก http://210.246.188.61/ewtadmin/ewt/demo_0850/ewt_news.php?nid=497&filename=index_plan