นครราชสีมา : คําขวัญ เมืองหญิงกล้า ผ้าไหมดี หมี่โคราช ปราสาทหิน ดินด่านเกวียน ต้นไม้ประจำจังหวัด : สาธร

เลือกภาษา

พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน

พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน
พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน

ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี ๒๕๕๖

Long live the King of Thailand

ในหลวงเสด็จทุ่งมะขามหย่อง อยุธยา

การแสดงชุดหลั่งเลือดทาบทา ปกปักษ์รักษาแผ่นดิน ณ ทุ่งมะขามหย่อง

วันพฤหัสบดีที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2554

'ชินวรณ์'ไม่หวั่นศาลเบรกตั้งผอ.สพม.

นายวิศว์ อัครสันตติกุล ผู้แทนบุคลากรทางการศึกษาในคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า ตามที่บอร์ด ก.ค.ศ.กำหนดให้มีการเลือกตั้งผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน ก.ค.ศ.ใหม่ แทนกรรมการ 9 คน ที่พ้นสภาพตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2553 โดยกำหนดให้สมัครในวันที่ 6-9 ม.ค. 2554 และเลือกตั้งในวันที่ 19 ม.ค. 2554 นั้น ทางกลุ่มผู้แทนครูฯทั้ง 9 คน จะยื่นฟ้องศาลปกครองกลางในวันที่ 6 ม.ค. 2554 เพื่อให้ ยกเลิกการเลือกตั้งดังกล่าว พร้อมทั้งจะขอให้มีการบรรเทาทุกข์ชั่วคราวโดยขอให้ศาลชะลอการเลือกตั้งไว้ด้วย เนื่องจากการกำหนดให้มีการเลือกตั้งใหม่เป็นการรอนสิทธิและละเมิดกรรมการชุดเก่าที่ได้รับเลือกตั้งมาเพียง 1 ปี เพราะ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 กำหนดให้กรรมการที่มาจากการเลือกตั้งและการสรรหา ซึ่งก็คือผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนครูฯอยู่ในวาระ 4 ปี ดังนั้นจึงขอให้มีการบรรเทาทุกข์ชั่วคราวตามข้อเรียกร้องและให้ผู้แทนครูฯทั้ง 9 คนอยู่ในตำแหน่งต่อไปเหมือนผู้ทรงคุณวุฒิ

ด้าน นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะประธานบอร์ด ก.ค.ศ. กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องปกติและเป็นสิทธิที่จะฟ้องได้เมื่อคิดว่าตัวเองเสียสิทธิ ตนเห็นใจและขออวยพรให้ผู้แทนครูฯทั้ง 9 คนได้รับการเลือกตั้งกลับมาเป็นกรรมการผู้แทนครูฯในบอร์ดอีกครั้ง เพราะถือว่าผู้แทนครูฯทั้ง 9 คนมีส่วนผลักดันสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อ ก.ค.ศ.มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ในการประชุม ก.ค.ศ. วันที่ 5 ม.ค. ที่ผ่านมา ตนได้ชี้แจงต่อผู้แทนครูทั้ง 9 คนไปแล้วว่า ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุม ก.ค.ศ. ยังได้รับทราบกรณีที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งบรรเทาทุกข์ชั่วคราวชะลอการบรรจุและแต่งตั้งผู้ที่ผ่านการคัดเลือกและรับการอบรมเป็นผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (ผอ.สพม.) จำนวน 23 อัตรา ซึ่งตนได้มอบหมายให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ดำเนินการอุทธรณ์คำสั่งบรรเทาทุกข์ของศาล พร้อมทั้งให้ผู้ได้รับผลกระทบร้องสอดไปพร้อมกัน อย่างไรก็ตาม ตนได้มอบนโยบายให้สำนักงาน ก.ค.ศ. เขียนคำอุทธรณ์ให้กระชับและสะท้อนความจริงว่า การดำเนินการคัดเลือก ผอ.สพม. ดำเนินการตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย 3 ฉบับที่เกี่ยวกับการแบ่งเขตพื้นที่มัธยมศึกษา และได้ดำเนินการตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งตลอดจนระเบียบวิธีการการสรรหา โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องทั้งประถมฯ และมัธยมฯ เพียงแต่กลุ่มประถมฯซึ่งเป็นผู้ฟ้องต้องการได้สิทธิที่จะเข้ารับการคัดเลือกทั้ง ผอ.สพม. และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (ผอ.สพป.) อีกทั้งการชะลอการแต่งตั้ง ผอ.สพม. ยังส่งผลต่อการบริหารงานที่ล่าช้าและส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาด้วย เนื่องจากไม่สามารถแต่งตั้ง ผอ.โรงเรียนที่มารักษาการ ผอ. สพม. ให้เป็น ผอ.สพม. ตัวจริงได้ ทั้งนี้ ก.ค.ศ. เคารพคำตัดสินของศาลและพร้อมปฏิบัติตาม แต่หากศาลตัดสินว่าสิ่งที่ ก.ค.ศ. ดำเนินการถูกต้องผู้ฟ้องก็ต้องรับผิดชอบด้วย.

อ้างอิงจาก http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=42&contentID=113892

คำขวัญวันเด็ก ปี 2554 "รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ"

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มอบคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ "รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ"
ในงานวันเด็กแห่งชาติ ปี 2554 ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 8 มกราคม 2554

ผลประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ ๑/๒๕๕๔

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ ๑/๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๔
ที่ประชุมได้เห็นชอบร่างหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้มีผลงานดีเด่นที่ประสบความสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ มีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ประกอบด้วย ๔ สายงาน คือ สายงานการสอน สายงานบริหารสถานศึกษา สายงานบริหารการศึกษา และสายงานนิเทศการศึกษา โดยต้องผ่านการประเมิน ๓ ด้าน ได้แก่ ด้านที่ ๑ วินัย คุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ ด้านที่ ๒ ความรู้ความสามารถ ด้านที่ ๓ ผลการปฏิบัติงาน ๒ ส่วน คือ ผลการพัฒนาคุณภาพในการปฏิบัติงาน และผลงานดีเด่นที่ประสบความสำเร็จเป็นที่ประจักษ์

รมว.ศธ. กล่าวถึงหลักเกณฑ์และวิธีการเลื่อนวิทยฐานะว่าจะเน้นที่คุณภาพผู้เรียนและเน้นให้ครูที่สอนดี สอนเก่งได้เลื่อนวิทยฐานะมากขึ้น โดยต้องเป็นผลงานทางวิชาการที่มีความเป็นเฉพาะตัว เป็นผลงานเชิงประจักษ์ (Best Practices) และได้รับการยอมรับเพื่อให้สะท้อนคุณภาพของผู้เรียนอย่างแท้จริง ซึ่งสำนักงาน ก.ค.ศ. จะดำเนินการจัดทำคู่มือให้แล้วเสร็จภายใน ๑ เดือน เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุม ก.ค.ศ. อีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะมีการประกาศใช้หลักเกณฑ์นี้ต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้อนุมัติการย้ายและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาไปดำรงตำแหน่งและวิทยฐานะเดิมจำนวน ๔ ราย ดังนี้

นายเสริมศักดิ์ ดิษฐปาน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๑๔ ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๑๑

นายณัฏฐพล แสงศรีจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓๔ ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓๕

นายมานพ ดีมี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๔๑ ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓๔

นายสมภูมิ บ่ายเที่ยง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๑๙ ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๔๐

รวมทั้งได้อนุมัติการย้ายและแต่งตั้ง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ไปดำรงตำแหน่งและวิทยฐานะเดิมที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จำนวน ๘ ราย ได้แก่

นายกิตติ บุญเชิด รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต ๑ ไปดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๖

นายสมเกียรติ สรรคพงษ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต ๒ ไปดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต ๙

นายสมบูรณ์ เรืองแก้ว รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๑๑ ไปดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต ๑๔

นายปราโมทย์ ภูมิพันธ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๓ ไปดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต ๒๐

นายอุดมชัย ชัยจุฑาภัค รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต ๑ ไปดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต ๓๐

นายไพศาล วุทฒิลานนท์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต ๑ ไปดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต ๓๓

นายชนะ สุ่มมาตย์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๔๑ ไปดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๔๒

นายชาลี นาคเอี่ยม รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓๙ ไปดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต ๔๑

อ้างอิงจาก http://www.moe.go.th/websm/2011/jan/006.html

วันพุธที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2553

กองทุนครูของแผ่นดิน

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่าคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จัดกิจกรรมระดมทุนรับบริจาคเพื่อเป็นทุนประเดิมการจัดตั้งกองทุนพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งจะขอพระราชทานชื่อเป็น "กองทุนครูของแผ่นดิน" โดยสามารถนำเงินที่บริจาคหักเป็นค่าใช้จ่ายลดหย่อนภาษีเงินได้เป็นจำนวน ๒ เท่าของรายจ่าย แต่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของกำไรสุทธิหรือเงินได้สุทธิ
รมว.ศธ.กล่าวว่า ครม.พิจารณาเรื่องการขอพระราชทานชื่อกองทุนพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา และการขอลดหย่อนภาษีเงินได้สำหรับเงินบริจาค ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอแล้ว มีมติดังนี้

รับทราบและเห็นชอบให้กระทรวงศึกษาธิการจัดกิจกรรมระดมทุนรับบริจาคเพื่อเป็นทุนประเดิมการจัดตั้งกองทุนพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา โดยมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการรับไปดำเนินการขอความร่วมมือหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และองค์กรต่าง ๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุน เผยแพร่ รณรงค์ประชาสัมพันธ์การดำเนินงาน รวมทั้งการระดมทุนเพื่อสมทบทุนกองทุนพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ทั้งนี้เงินหรือทรัพย์สินที่ได้จากการระดมทุน กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานของรัฐต้องถือปฏิบัติตามข้อ ๒๐ (๑) – (๕) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเรี่ยไรของหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.๒๕๔๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

-เห็นชอบในหลักการการขอพระราชทานชื่อ "กองทุนครูของแผ่นดิน" สำหรับกองทุนพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ที่กระทรวงศึกษาธิการจัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับทุนประเดิมที่มีผู้บริจาค โดยให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๔๑ (เรื่อง การขอพระราชทานนามอาคาร สิ่งปลูกสร้าง หรือสถานที่ และการก่อสร้างอาคารของทางราชการ) โดยอนุโลมตามความเห็นของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

-การพิจารณาเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้แก่ผู้ที่บริจาคเงินสมทบกองทุนพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทาง การศึกษา นั้น ให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ พ.ศ.๒๕๓๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

-ให้ผู้บริจาคเงินให้แก่กองทุนฯ ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยสามารถนำเงินที่บริจาคหักเป็นค่าใช้จ่ายลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้เป็นจำนวน ๒ เท่าของรายจ่ายที่จ่ายไปแต่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของกำไรสุทธิหรือเงินได้สุทธิแล้วแต่กรณี

-ในส่วนของการจัดกิจกรรมระดมทุนเพื่อขอรับบริจาคเงินเป็นทุนประเดิมในการจัดตั้งกองทุนกำหนดให้มีการจัดงานตั้งแต่วันที่ ๑๔–๑๘ มกราคม ๒๕๕๔ โดยมีกิจกรรมหลักที่ต้องดำเนินการ ดังนี้

กิจกรรมที่ ๑ : วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๓ – ๑๗ มกราคม ๒๕๕๔ เป็นกิจกรรมการประชาสัมพันธ์โครงการ และในช่วงวันที่ ๑๔ – ๑๗ มกราคม ๒๕๕๔ เป็นการเตรียมการเพื่อระดมทุนประเดิม

กิจกรรมที่ ๒ : วันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๕๔ เป็นวันประกาศนโยบายคุณภาพครู เพื่อให้เกิดความสอดคล้องต่อการจัดตั้งกองทุนครูของแผ่นดิน จึงสมควรเพิ่มกิจกรรมในการประกาศนโยบายคุณภาพครู เพื่อสร้างอุดมการณ์และจิตสำนึกร่วม ของครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งบุคคล องค์กร หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้ร่วมกันแสดงพลังในการทดแทนพระคุณครู บูชาครู ในการเฉลิมฉลองปีแห่งมหามงคล และการขอถวายพระราชสมัญญา “พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน” โดยมีส่วนร่วมในการบริจาคเป็นทุนประเดิมในการจัดตั้งกองทุนครูของแผ่นดิน ในครั้งนี้ด้วย

กิจกรรมที่ ๓ : หลังจากการระดมทุนประเดิมวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๔ เป็นต้นไป กิจกรรมที่จะต้องดำเนินการต่อหลังจากการจัดรายการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ การร่วมบริจาคทุนประเดิมกองทุนครูของแผ่นดิน เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืนตามลำดับ กิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องดำเนินการต่อ ได้แก่ กิจกรรมการตรวจสอบ และการรายงานผลการดำเนินการต่อสาธารณะ กิจกรรมการติดตามและประเมินผลการดำเนินการ กิจกรรมขอบคุณผู้มีอุปการะและมอบของที่ระลึก และกิจกรรมการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนากองทุนครูของแผ่นดิน เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

มัธยมศึกษา

รมว.ศธ.กล่าวว่า ขณะนี้ถือเป็นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านการจัดตั้งเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ซึ่งเน้นไปที่คุณภาพการศึกษา จึงต้องการมาทำความเข้าใจที่จะต้องร่วมมือกันในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ๓ ฉบับ คือ กฎหมายที่เกี่ยวกับสภาการศึกษา ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ และระเบียบบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้เกิดความคล่องตัว


และช่วงเวลาที่จะเปลี่ยนผ่านต่อไปคือ การศึกษาในทศวรรษหน้าหรือปี ๒๐๑๑-๒๐๒๐ ที่จำเป็นจะต้องขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาให้ไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ภายในปี พ.ศ.๒๕๕๒-๒๕๖๑ เพื่อเน้นไปที่คุณภาพของผู้เรียน เพราะช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยยังมีคุณภาพการศึกษาอยู่ในอันดับที่ไม่น่าพอใจ ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของผู้เรียนยังอยู่ในระดับที่ต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลสอบ O-Net ซึ่งมีคะแนนเฉลี่ยทุกรายวิชาของนักเรียนทั่วประเทศไม่เกินครึ่ง ยกเว้นภาษาไทยเท่านั้น ดังนั้น ศธ.จึงกล้าที่ประกาศการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองอย่างจริง จัง และหวังที่จะให้ทุกคนร่วมกันจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพตลอดชีวิต โดยให้ผู้เรียนได้รับโอกาส ความเสมอภาค และให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนรวมในการจัดการศึกษา

ในปีที่ผ่านมา ศธ.มีการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ให้เป็นจุดเปลี่ยนประเทศไทย และในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านต่อไปคือ ปี ๒๕๕๔ จะเป็นปีแห่งความภาคภูมิใจของครูเป็นพิเศษ ที่ได้ร่วมถวายพระราชสมัญญา "พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน" เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ โดยจะใช้วโรกาสนี้จัดงานยกย่องเชิดชูเกียรติอาชีพครูครั้งสำคัญ พร้อมทั้งจะมีการจัดตั้ง “กองทุนครูของแผ่นดิน” โดยในวันที่ ๑๕-๑๗ มกราคม ๒๕๕๔ จะมีจัดกิจกรรมระดมทุนขอรับบริจาคเงินทางสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ เพื่อนำเงินที่ขอรับบริจาคไปจัดตั้งกองทุนพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา
นอกจากนี้ในปี ๒๕๕๔ จะถือว่าเป็น "ปีทองของครู" โดยจะผลักดันเรื่องความก้าวหน้า ศักดิ์ศรี และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของครูให้สำเร็จเป็นรูปธรรม เช่น แก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างเงินเดือนครูให้เท่าเทียมข้าราชการอื่นที่ปรับมาแล้ว ๒ ครั้ง หรือการประเมินวิทยฐานะครูที่จะต้องสะท้อนคุณภาพของผู้เรียน หรือการเพิ่มเงินเดือนขั้นต่ำของครูบรรจุใหม่ ในปี ๒๕๕๔ จึงจะเป็นปีที่เราต้องประสานงานการศึกษาทั้งระบบ ทั้งการผลิตและพัฒนาครู การคืนครูสู่ห้องเรียน รวมทั้งคืน ผอ.กลับโรงเรียน รวมทั้งจะพัฒนาระบบค่าตอบแทนครู ให้ครูเป็นวิชาชีพชั้นสูงอย่างแท้จริงด้วย

ในฐานะผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จะต้องเป็นผู้ประสานงาน เป็นพี่เลี้ยงผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อให้เป็นทัพขุนพลที่นำพาการศึกษาไปสู่ความสำเร็จ จะต้องเปลี่ยนแปลงจากการรวมอำนาจเป็นการกระจายอำนาจไปยังสถานศึกษาให้มากขึ้น นอกจากนี้จะต้องบริหารจัดการอย่างมีธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้น ซึ่งปีนี้ได้เริ่มต้นแล้วกับนโยบายการรับนักเรียนที่จะไม่ให้มีการฝากเด็กอย่างเด็ดขาด อีกประการที่สำคัญคือ การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการศึกษา ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้บริหารโรงเรียนต้องให้ความสำคัญ เพราะจะเป็นส่วนสำคัญต่อการพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิตของผู้เรียนที่สามารถสื่อสารกันได้ตลอดเวลา
รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า ความตั้งใจที่จะเดินทางมาพบในครั้งนี้ เพราะถือว่าผู้บริหารโรงเรียนทุกท่านเป็นความหวังในการปฏิรูปการศึกษา ต้องการให้บริหารจัดการที่สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพของผู้เรียนเป็นสำคัญ จึงหวังว่าจะเกิดความร่วมมือให้การปฏิรูปการศึกษาประสบความสำเร็จตามเป้าหมายต่อไป.
อ้างอิงจาก http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=21862&Key=news1

5ค่ายลูกเสือต้นแบบ

ผลการประชุมคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ ๖/๒๕๕๓
ศึกษาธิการ - นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และประธานกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ ๖/๒๕๕๓ เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๓ ณ ห้องประชุมกระทรวงศึกษาธิการ
เห็นชอบให้ปรับปรุงค่ายลูกเสือ ๕ แห่งให้เป็นค่ายลูกเสือต้นแบบด้านต่างๆ
ที่ประชุมได้เห็นชอบแผนฉลอง ๑๐๐ ปีการลูกเสือไทย พ.ศ.๒๕๕๔ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ โดยแผนงานหนึ่งที่สำคัญคือ เห็นชอบให้ปรับปรุงค่ายลูกเสือ ๕ แห่งให้มีความสง่างามและเหมาะสมกับการใช้งาน รวมทั้งให้เป็นค่ายลูกเสือต้นแบบในด้านต่างๆ ดังนี้

- ค่ายลูกเสือวชิราวุธ จ.ชลบุรี ปรับปรุง ๔๐ ล้านบาท เพื่อรองรับการเป็นสถาบันการลูกเสือในอนาคต
- ค่ายหลวงบ้านไร่ จ.ราชบุรี ปรับปรุง ๓๐ ล้านบาท เพื่อเป็นค่ายต้นแบบในการอยู่ค่ายพักแรมของลูกเสือสามัญ
- ค่ายลูกเสือไทยเฉลิมพระเกียรติ จ.ตรัง ปรับปรุง ๙๐ ล้านบาท เพื่อเป็นต้นแบบในการอยู่ค่ายพักแรมของลูกเสือรุ่นใหญ่
- ค่ายลูกเสือจอมทอง จ.เชียงใหม่ ปรับปรุง ๔๔ ล้านบาท เพื่อเป็นต้นแบบในการอยู่ค่ายพักแรมของลูกเสือวิสามัญ
- ค่ายลูกเสือไผ่ล้อม จ.นครพนม ปรับปรุง ๘๕ ล้านบาท เพื่อเป็นต้นแบบในการอยู่ค่ายพักแรมของลูกเสือสำรอง

ส่วนค่ายลูกเสืออื่นทั่วประเทศ ให้ไปสำรวจเพื่อจัดทำเป็นโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองที่ดิน เพื่อให้ขึ้นตรงต่อคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติโดยตรง หรืออาจให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เข้ามาช่วยปรับปรุงฟื้นฟูหรือดูแลแทนก็ได้ เพื่อไม่ให้ค่ายลูกเสือต่างๆ ถูกทิ้งร้าง สำหรับแผนงานโครงการและกิจกรรมต่างๆ ที่จะร่วมแผนฉลอง ๑๐๐ ปีการลูกเสือไทย พ.ศ.๒๕๕๔ นั้น จะจัดให้มีการแถลงข่าวในโอกาสต่อไป

เห็นชอบข้อกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลูกเสือจำนวน ๓ ฉบับ

- ร่างข้อบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ว่าด้วยการใช้จ่ายเงินหรือรายได้ของสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ พ.ศ. .... เพื่อกำหนดให้ชัดเจนถึงเงินรายได้ของสำนักงาน การรับเงิน การเก็บรักษาเงินรายได้ การก่อหนี้ผูกพัน การจัดทำบัญชี การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินรายได้ ซึ่งเลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติมีอำนาจอนุมัติจ่ายเงินครั้งหนึ่งไม่เกิน ๕ ล้านบาท หากจำเป็นต้องจ่ายเกินจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ

- ร่างระเบียบคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ว่าด้วยการตรวจสอบภายใน พ.ศ. .... โดยให้มีการตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบอย่างน้อย ๓ คน อยู่ในวาระปฏิบัติงานคราวละ ๔ ปี เพื่อกำกับดูแลการตรวจสอบภายใน และประเมินระบบการควบคุมภายใน บริหารความเสี่ยงของสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ซึ่งจะช่วยเพิ่มคุณค่าและปรับปรุงการปฏิบัติงานของสำนักงานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลของกระบวนการอย่างเป็นระบบ

- ร่างข้อบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ว่าด้วยเข็มลูกเสือสมนาคุณ พ.ศ. .... โดยกำหนดเข็มลูกเสือสมนาคุณไว้สำหรับตอบแทนผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินหรือทรัพย์สินอย่างอื่นเพื่อบำรุงการลูกเสือเป็น ๔ ชั้น คือ

๑) ชั้นพิเศษ หน้าเสือทำด้วยทองคำประดับเพชรใต้วชิระเหนือหัวเสือ สำหรับผู้บริจาค ๓ แสนบาทขึ้นไป
๒) ชั้นที่หนึ่ง หน้าเสือทำด้วยทองคำ สำหรับผู้บริจาค ๒ แสนบาทขึ้นไป
๓) ชั้นที่สอง หน้าเสือทำด้วยนาค สำหรับผู้บริจาค ๑ แสนบาทขึ้นไป
๔) ชั้นที่สาม หน้าเสือทำด้วยเงิน สำหรับผู้บริจาค ๕ หมื่นบาทขึ้นไป

รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า ช่วง ๒ ปีที่ผ่านมาไม่มีการประชุมสภาลูกเสือไทย เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ทางการเมือง ที่ประชุมจึงเห็นว่าควรจัดให้มีการประชุมสภาลูกเสือไทยในเดือนมกราคม ๒๕๕๔ โดยเชิญนายกรัฐมนตรี ในฐานะนายกสภาลูกเสือไทย เข้าร่วมประชุมด้วย
อ้างอิงจาก http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=21809&Key=news1

มิติใหม่การวัดและประเมินผล

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมสัมมนาเชิงวิชาการ “มิติใหม่ของการวัดและประเมินผลตามจุดเน้นสู่การพัฒนาผู้เรียนในทศวรรษที่สอง” เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๓ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวัดและประเมินผล ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ อาจารย์จากสถาบันอุดมศึกษา ผู้บริหาร สพฐ. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษา สถานศึกษา ครู ผู้ปกครองและนักเรียน จำนวน ๑๒๐ คน ร่วมระดมความคิดเห็นและเสนอแนะให้การวัดและประเมินผลสนองตอบต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างแท้จริง
การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองทั้งในระดับรัฐบาลและระดับกระทรวงศึกษาธิการ มีจุดเน้นเรื่องคุณภาพที่มีความชัดเจนมากที่สุด โดยเฉพาะยุทธศาสตร์เชิงนโยบาย ๖ เดือน ๖ คุณภาพ ที่เน้นคุณภาพผู้เรียนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะถ้าสามารถประกาศคุณภาพผู้เรียนและพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีความก้าวหน้าในระดับที่น่าพึงพอใจเพิ่มขึ้น ก็จะเป็นจุดเปลี่ยนในการปฏิรูปการศึกษาไทย

อย่างไรก็ตาม ศธ.ให้ความสำคัญกับการวัด ประเมินผล และการประกันคุณภาพ โดยได้ประกาศเรื่องการประกันคุณภาพ และมอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดสัมมนาอย่างต่อเนื่องในทุกภูมิภาค ซึ่งได้รับความสนใจจากครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นอย่างมาก รวมทั้งได้มีหนังสือถึงคณะกรรมการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทศ. เพื่อให้การดำเนินการวัดและประเมินผลสามารถนำมาพัฒนาผู้เรียน และเชื่อมโยงสอดรับกับเป้าหมายตามนโยบายพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในแต่ละช่วงชั้น เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนสู่เป้าหมายใหญ่ คือ การเป็นพลเมืองยุคใหม่ ต่อไป
รมว.ศธ.ได้มอบนโยบายเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลว่า ควรจะสนองตอบต่อคุณภาพผู้เรียน มุ่งเน้นหลักวิชาการของการวัดและประเมินผล และมีความเที่ยงตรง เชื่อถือได้ และเป็นที่ยอมรับ การระดมความคิดเห็นจึงควรเน้นการบูรณาการเป็นองค์รวมตามหลักวิชาการของการวัดและประเมินผล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสถานศึกษา สพฐ. สทศ. และ สมศ.ต้องยึดคุณภาพผู้เรียนในแต่ละช่วงชั้นเป็นหลัก ทั้งทักษะ ความสามารถในการเรียนรู้ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์

นอกจากนี้ ขอให้ช่วยกันคิดถึงการนำผลจากการประเมินระดับชาติมาใช้ในการสอบเลื่อนชั้น สอบประเมินผลช่วงชั้น หรือสอบเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา เพื่อให้ปีการศึกษา ๒๕๕๔ เป็นปีแห่งคุณภาพอย่างแท้จริง
อ้างอิงจาก http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=21811&Key=news1