เลือกภาษา
Long live the King of Thailand
ในหลวงเสด็จทุ่งมะขามหย่อง อยุธยา
การแสดงชุดหลั่งเลือดทาบทา ปกปักษ์รักษาแผ่นดิน ณ ทุ่งมะขามหย่อง
วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2555
การสมัครเข้าร่วมประชุมนานาชาติและการประชุมเชิงปฏิบัติการและสัมมนากลุ่มย่อย
มหกรรมทางการศึกษาเพื่อพัฒนาวิชาชีพครู
ระหว่างวันที่ 10-12 ตุลาคม 2555 ลงทะเบียนสมัครเข้าประชุมสัมมนาได้แล้ว
มีเอกสาร DVD ให้ชมในปีที่ผ่านมา ดีมาก
ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา ควรไปอย่างยิ่ง
เชิมชมรายการ Educa หรือ งานมหกรรมทางการศึกษาเพื่อพัฒนาวิชาชีพครู ครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิด Reform! Reform! Reform! การปฏิรูปอนาคตการศึกษาจะประสบผลสำเร็จอย่างยั่งยืนได้อย่างไร ร่วมรับชม รายการต่างๆ กว่า 50 รายการ โดยวิทยากรชั้นนำระดับโลก นักการศึกษา
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.educathai.com/
วันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2555
ประชุม ก.ค.ศ.ครั้งที่ ๘/๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕
ประชุม ก.ค.ศ.ครั้งที่ ๘/๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕
ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ ๘/๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕ โดยมีสาระสำคัญสรุปดังนี้
เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาฯ รอง/ผอ.สถานศึกษา
รมว.ศธ.กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา ในพื้นที่ปกติและในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ฯ ซึ่งได้ยึดหลักการตามแนวทางการสรรหาที่ ก.ค.ศ.กำหนดไว้เดิมตาม ว๗ และ ว๘ โดยปรับรายละเอียดเพิ่มเติมตามนโยบายของ รมว.ศธ.ในประเด็นต่างๆ ดังนี้
๑) ให้ผู้ผ่านเกณฑ์การตัดสินไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๖๐ ขึ้นบัญชีไว้ทุกคน มีอายุการขึ้นบัญชีไม่เกิน ๒ ปี นับจากวันที่ประกาศขึ้นบัญชี แยกเป็น ๒ กลุ่มคือ กลุ่มทั่วไปและกลุ่มประสบการณ์
๒) กำหนดให้การบรรจุและแต่งตั้ง กรณีบัญชีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหมดบัญชีก่อน หรือไม่มีผู้สมัคร หรือไม่มีผู้ขึ้นบัญชี ก็ให้ใช้บัญชีกลุ่มที่เหลือในการบรรจุและแต่งตั้งได้
๓) การบรรจุและแต่งตั้งครั้งแรก หากมีเหตุสุดวิสัยไม่สามารถมารายงานตัวได้ ให้คงขึ้นบัญชีไว้ในลำดับเดิมได้ และกรณีไม่มีสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาที่ระบุไว้ในใบสมัคร หากไม่สมัครใจหรือขอสละสิทธิ์การบรรจุและแต่งตั้ง ให้คงการขึ้นบัญชีไว้ในลำดับเดิม ทั้งบัญชีรวมสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และบัญชีเขตพื้นที่การศึกษา
๔) การบรรจุและแต่งตั้งครั้งต่อไปจากบัญชีรวม สพฐ. เมื่อ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาได้ใช้บัญชีเขตพื้นที่การศึกษาทุกกลุ่มหมดแล้ว การขอใช้บัญชีรวมของ สพฐ.กลุ่มใด ให้พิจารณาจากการสิ้นสุดการใช้บัญชีว่าสิ้นสุดที่กลุ่มใด ให้ไปเริ่มใช้บัญชีของอีกกลุ่มสลับกันไป
๕) (ร่าง) หลักเกณฑ์ดังกล่าว ให้ใช้สำหรับการสรรหาผู้บริหารสถานศึกษาครั้งต่อไป
รมว.ศธ.กล่าวเพิ่มเติมถึงข้อเรียกร้องของ "ตัวแทนกลุ่มผู้สอบผ่านร้อยละ ๖๐" ซึ่งได้เดินทางมายื่นข้อเสนอต่อคณะกรรมการ ก.ค.ศ.ก่อนการประชุมในครั้งนี้ ๒ ประเด็น คือ ๑) ขอสิทธิ์การบรรจุผู้สอบผ่านร้อยละ ๖๐ ให้ได้รับการประกาศขึ้นบัญชีเพื่อรอการบรรจุและแต่งตั้งปีงบประมาณ ๒๕๕๕-๒๕๕๖ และ ๒) ขอสิทธิ์ผู้สอบผ่านร้อยละ ๖๐ เพื่อเข้าอบรมแต่งตั้งและพัฒนาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งฯ ว่า แม้ที่ประชุมจะเห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์ดังกล่าว แต่ให้ใช้สำหรับการสรรหาในครั้งต่อไป หากเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ซึ่งอยู่ในระหว่างกระบวนการสรรหาครั้งนี้ อาจจะส่งผลให้เกิดการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง ซึ่งจะกระทบต่อการสรรหาทั้งระบบได้
เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาฯ รอง ผอ.สช.จังหวัด/ผอ.สช.จังหวัด/ผอ.สช.อำเภอ ในเขตพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้
รมว.ศธ.กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด และผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอ ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และสงขลา ทั้ง ๓ หลักเกณฑ์
ซึ่งมีสาระสำคัญคือ ให้เพิ่มกรณีผู้มีสิทธิ์เข้ารับการสรรหาทั้ง ๓ เกณฑ์ โดยให้นับระยะเวลาทวีคูณในการคำนวณระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งได้ พร้อมทั้งให้ อ.ก.ค.ศ.สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการดำเนินการออกข้อสอบ ตรวจกระดาษคำตอบ และประมวลผลการสอบ แทนสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพราะสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มี อ.ก.ค.ศ.ที่ ก.ค.ศ.ตั้งในส่วนราชการเพียงคณะเดียว การดำเนินการจึงควรให้ อ.ก.ค.ศ.สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งต่างจาก อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งมีหลายคณะ ส่วนราชการจึงต้องดำเนินการเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
เห็นชอบร่างระเบียบ ก.ค.ศ.เงินเพิ่มตำแหน่งเหตุพิเศษของครูการศึกษาพิเศษและครูการศึกษาพิเศษ กรณีเรียนร่วม
ที่ประชุมเห็นชอบร่างระเบียบ ก.ค.ศ.ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ปฏิบัติหน้าที่ครูการศึกษาพิเศษและครูการศึกษาพิเศษ กรณีเรียนร่วม พ.ศ. .... โดยให้ปรับเพิ่มจากเดือนละ ๒,๐๐๐ บาท เป็น ๒,๕๐๐ บาท และเสนอกำหนดเงินเพิ่มพิเศษสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของครูสอนหลายชั้นเรียนในอัตรา ๒,๕๐๐ บาทด้วย
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาเกณฑ์การย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สพฐ. แต่ได้ขอให้ สพฐ.นำกลับไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่งด้วยความละเอียดรอบคอบในประเด็นต่างๆ เช่น ขนาดของสถานศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เป็นต้น ส่วนเกณฑ์การย้ายซึ่งได้เปิดให้ยื่นขอย้ายระหว่างวันที่ ๑-๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๕ ให้ใช้เกณฑ์การย้ายเดิม
อ้างอิงจาก http://www.moe.go.th/websm/2012/jul/207.html
วันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
การย้ายผู้บริหารสถานศึกษาที่มีวัตถุประสงค์พิเศษและสถานศึกษาคุณภาพพิเศษ
การย้ายผู้บริหารสถานศึกษาที่มีวัตถุประสงค์พิเศษและสถานศึกษาคุณภาพพิเศษ
เพื่อให้การดำเนินการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้อง ตามหลักเกณฑ์ ก.ค.ศ. จึงประกาศรายชื่อสถานศึกษาที่มีวัตถุประสงค์พิเศษและสถานศึกษาคุณภาพพิเศษ สพม.31 1.โรงเรียนบุญวัฒนา 2.โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย 3.โรงเรียนสุรนารีวิทยารายละเอียดฯลฯ สามารถเข้าดูได้ที่ http://202.143.174.11/personnel/news2011/upfiles/428.pdf
วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
ผัวเมียเฮ -ศาลสั่ง แยกจ่ายภาษีได้!
ผัวเมียเฮ -ศาลสั่ง แยกจ่ายภาษีได้!
"ผัว-เมีย"เฮ ลั่น ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้สามี-ภรรยา แยกจ่ายภาษีเงินได้เหตุประมวลรัษฎากรขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 30 ทั้งเรื่องความเสมอภาค-เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม ชี้ให้มีผลในปี "56 รมช.คลังเผยเตรียมชง ครม.พิจารณาทันที หวังช่วยลดภาระคู่สามีภรรยา ด้านอธิบดีกรมสรรพากรชี้ควรแก้ไขประมวลรัษฎากร เหตุใช้มาตั้งแต่ 2481 แล้วบางมาตราไม่เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 4 ก.ค. ที่สำนัก งานศาลรัฐธรรมนูญ นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าคณะโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ แถลงภายหลังการประชุมตุลาการศาลรัฐ ธรรมนูญว่า คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพิจารณากรณีที่ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าประมวลรัษฎากร มาตรา 40 (2) (3) (4) (5) (6) (7) และ (8) ประกอบมาตรา 57 ตรี และมาตรา 57 เบญจ มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรม นูญ พ.ศ.2550 มาตรา 43 ประกอบมาตรา 29 และมาตรา 30 หรือไม่
นายพิมลกล่าวต่อว่า โดยศาลรัฐธรรม นูญวินิจฉัยแล้วเห็นว่า ประมวลรัษฎากร มาตรา 57 ตรี และมาตรา 57 เบญจ ที่กำหนดให้การเก็บภาษีเงินได้จากสามีและภริยา ที่อยู่ร่วมกันตลอดปีภาษีให้ถือเอาเงินได้ทั้งปีของภริยาเป็นเงินได้ของสามี และให้สามีมีหน้าที่รับผิดชอบในการยื่นรายการและเสียภาษี พร้อมกำหนดให้ภริยาที่มีเงินได้ตามมาตรา 40 (1) ไม่ว่าจะมีเงินได้ประเภทอื่นด้วยหรือไม่ สามารถแยกยื่นรายการเสียภาษีออกจากสามี เฉพาะส่วนที่เป็นเงินได้ โดยไม่ถือว่าเป็นเงินได้ของสามี ตามมาตรา 57 ตรีนั้น ถือว่าเป็นบทบัญญัติที่ทำให้สามีภริยาที่มีเงินได้ตามมาตรา 40 (2) (3) (4) (5) (6) (7) และ (8) ต้องเสียภาษีสูงกว่าสามีภริยา ที่มีเงินได้ตามมาตรา 40 (1) และยังทำให้ผู้หญิงที่มีสามี และมีเงินได้ตามมาตรา 40 (2) (3) (4) (5) (6) (7) และ (8) ต้องเสียภาษีสูงกว่าผู้หญิงที่โสด อีกทั้งยังไม่เป็นการมุ่งสร้างความมั่นคงของสถาบันครอบครัว จึงเป็นปัญหาที่ทำให้ชายหญิงไม่นิยมสมรสกัน เพราะต้องรับภาระอัตราภาษีที่สูงขึ้น อีกทั้งผู้ที่สมรสกันแล้วก็ต้องวางแผนการเสียภาษี โดยบางรายถึงขั้นจดทะเบียนหย่า เพื่อที่จะได้ไม่ต้องนำเงินได้ของทั้งสามีและภริยามารวมกันในการเสียภาษีที่ สูงขึ้น
นายพิมลกล่าวอีกว่า ดังนั้น ศาลรัฐธรรม นูญจึงเห็นว่าบทบัญญัติทั้ง 2 มาตรา ขัดต่อหลักความเสมอภาคและเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 30 เนื่องจากมีความแตกต่างในเรื่องของสถานะบุคคล อีกทั้งไม่ได้เป็นมาตราที่รัฐกำหนดขึ้น เพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้สามารถ ใช้สิทธิเสรีภาพได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่น อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้กรมสรรพากรก็ต้องไปดำเนินการในการจัดเก็บภาษีเงินได้ใหม่ เพื่อให้เป็นตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยคาดว่าสามีและภริยาจะสามารถแยกจ่ายภาษีเงินได้ในปี 2556
นายทนุ ศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง ในฐานะกำกับดูแลกรมสรรพากร กล่าวว่า ถึงแม้ศาลรัฐธรรมนูญจะไม่มีคำวินิฉัยเรื่องนี้ออกมา รัฐบาลเตรียมเสนอแก้ไขกฎหมายภาษีหรือประมวลรัษฎากรอยู่แล้ว เพราะเห็นว่าการรวมยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ระหว่างสามีและภรรยานั้นทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกัน การแยกเสียภาษีจะช่วยลดภาระของประชาชน
นายทนุศักดิ์กล่าวอีกว่า ในเรื่องการแยกเสียภาษีระหว่างสามีและภรรยานั้น กระ ทรวงการคลังเตรียมจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้พิจารณาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2555 เพื่อให้ทันการต่อปีภาษี 2556 แต่ด้วยช่วงต้นปีประเทศไทยเพิ่งฟื้นตัวจากน้ำท่วม จึงชะลอการเสนอไปยังครม. เพราะกลัวว่าจะกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล แต่ล่าสุดจากการหารือระหว่างนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รมว.คลังและรองนายกรัฐมนตรี ผู้บริหารกรมสรรพากร มีข้อสรุปร่วมกันแล้วว่าให้เสนอเรื่องดังกล่าวต่อครม. เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาแก้กฎหมายในสภา ส่วนจะสามารถประกาศใช้ทันปีภาษี 2556 หรือไม่นั้น ต้องอยู่ที่กระบวนการพิจารณาของแต่ละฝ่ายว่าจะเร็วแค่ไหน
"รัฐบาล กำลังแก้กฎหมายในเรื่องการเสียภาษีระหว่างสามีและภรรยาอยู่แล้ว เพื่อช่วยลดรายจ่ายทางด้านภาษีของสามีและภรรยา เพราะปัจจุบันประเทศไทยเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในแบบอัตราก้าวหน้า หากมีรายได้มากต้องจ่ายภาษีมาก ดังนั้น การรวมยื่นภาษีจึงทำให้ฐานรายได้ของสามีและภรรยาสูง การเสียภาษีจึงสูงกว่าคนโสด" นายทนุศักดิ์กล่าว
ด้านนายสาธิต รังคศิริ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า กรมเสนอเรื่องนี้ไปยังกระทรวงการคลังแล้ว กระบวนการจากกรมเรื่องการแยกยื่นภาษีระหว่างสามีและภริยานั้นจบแล้ว ดังนั้นคงอยู่ที่ฝ่ายการเมืองว่าจะนำเสนอครม.เมื่อใด โดยกรมเห็นว่าต้องแก้ไข เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ผู้หญิงมีความเท่าเทียมกันกับผู้ชายและสามารถทำงานนอกบ้านหารายได้เป็น ของตัวเอง ซึ่งประมวลรัษฎากรใช้มาตั้งแต่ปี 2481 ดังนั้น บางมาตราอาจจะไม่เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ผ่านมากรมเสนอแก้ไขไปแล้วหลายเรื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นไปในสังคมปัจจุบัน
นายสาธิตกล่าวอีกว่า ปัจจุบันสามีและภรรยาสามารถแยกยื่นภาษีเฉพาะที่เป็นรายได้จากเงินเดือน แต่ถ้าภรรยามีรายได้เสริมอื่นๆ อาทิ ภรรยาเป็นข้าราชการ และขายประกันเป็นรายได้เสริม จะถือว่าเงินรายได้จากการขายประกันนั้นเป็นของสามีต้องมารวมเสียภาษีกับสามี ส่วนรายได้จากเงินเดือนสามารถแยกยื่นได้
รายงานข่าวจากกระทรวงการ คลังแจ้งว่า ก่อนหน้านี้นายกิตติรัตน์ไม่เห็นด้วยกับการแก้กฎหมายให้แยกยื่นภาษีระหว่าง สามีและภรรยา เนื่องจากจะทำให้กรมสรรพากรต้องสูญเสียรายได้ประมาณปีละ 3,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หากมีเงินได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาทต่อปี จะได้รับการยกเว้นภาษี เงินได้สุทธิอยู่ระหว่าง 150,001-500,000 บาทต่อปี เสียภาษีอัตรา 10 เปอร์เซ็นต์ เงินได้สุทธิอยู่ระหว่าง 500,001-1,000,000 บาทต่อปี เสียภาษีอัตรา 20 เปอร์เซ็นต์ เงินได้สุทธิอยู่ระหว่าง 1,000,001-4,000,000 บาทต่อปี เสียภาษีอัตรา 30 เปอร์เซ็นต์ และเงินได้สุทธิตั้งแต่ 4,000,001 บาทขึ้นไป จะต้องเสียภาษีในอัตราสูงสุด 37 เปอร์เซ็นต์
ทั้งนี้ หากสามีและภรรยามีรายได้สุทธิหลังหักค่าลดหย่อนและหักค่าใช้จ่ายคนละ 4 แสนบาทต่อปี รวมแล้วมีรายได้ประมาณ 8 แสนบาทต่อปี ต้องเสียภาษีในอัตรา 20 เปอร์เซ็นต์ หรือต้องเสียภาษี 160,000 บาท แต่ถ้าสามารถแยกยื่นภาษีจะทำให้ลดอัตราการเสียภาษีเหลือแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ เพราะมีรายได้ไม่เกิน 500,000 บาท หรือคิดเป็นภาษีคนละ 40,000 บาท รวม 2 คน ต้องภาษี 80,000 บาท เท่านั้น
อ้างอิงจาก http://www.kruthai.info/view.php?article_id=1558
วันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
10 ประเทศ "อาเซียน" ลงมติ ใช้หลักสูตร "แกนกลาง" ร่วมกัน
10 ประเทศ "อาเซียน" ลงมติ ใช้หลักสูตร "แกนกลาง" ร่วมกัน
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่เมืองยอร์ก ยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมรัฐมนตรีศึกษาอาเซียนครั้งที่ 7 ว่า ที่ประชุมเห็นชอบกรอบความร่วมการจัดการศึกษาในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะการเทียบโอนหน่วยกิตในระดับอุดมศึกษา ที่สามารถถ่ายโอนไปเรียนในประเทศสมาชิกได้ รวมถึงจัดทำเอกสาร asean curriculum sourcebook ซึ่งเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรอาเซียนทุกรายวิชา และประเทศไทยเสนอเป็น เจ้าภาพจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับเรื่อง ดังกล่าวในช่วงเดือนพฤศจิกายน
"การประชุมครั้งนี้เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 โดยเน้นไปที่การจัดการศึกษาร่วมกันอย่างมีคุณภาพ ในระดับอาชีวศึกษา และอุดมศึกษา เพื่อพัฒนาศักยภาพแรงงานให้สามารถทำงานข้ามพรมแดนได้ ส่วนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานแต่ละประเทศจะมีการเตรียมพร้อมให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับประเทศอาเซียนแก่เด็ก เพื่อให้มีความเข้าใจพื้นฐานวัฒนธรรมและการอยู่ร่วมกัน" นายสุชาติกล่าว
นางเบญจลักษณ์ น้ำฟ้า รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะนำ asean curriculum sourcebook ซึ่งถือเป็นเกณฑ์กลางเพื่อให้ 10 ประเทศอาเซียนนำไปปรับการเรียนการสอนทั้งในส่วนของระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา โดยในส่วนของประเทศไทย ที่ผ่านมา สพฐ.ได้ส่งเสริมให้โรงเรียนจัดการเรียนการสอนเพื่อ ปูพื้นความรู้เกี่ยวกับประเทศในกลุ่มอาเซียนให้ กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาผ่านการจัดกิจกรรม รูปแบบต่างๆ ขณะเดียวกันในส่วนของหลักสูตรส่วนใหญ่เนื้อหาเกี่ยวกับประเทศอาเซียน จะสอดแทรกอยู่ในแต่ละวิชา ดังนั้น คาดว่าคงจะมีการปรับเพิ่มเพียงเล็กน้อย แต่ในบางรายวิชาอาจต้องเพิ่มเติมเนื้อหาบางส่วน อาทิ ความรู้พื้นฐานที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์กลุ่มประเทศอาเซียนเข้าไปให้มากขึ้น เนื่องจากเมื่อมีการรวมตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนจริงๆ อยากให้นักเรียนมีความรู้สึกร่วมกันว่าเป็นพลเมืองอาเซียน ไม่ใช่ประชาชนของประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหลักสูตรเกณฑ์กลางดังกล่าว จะกำหนด 5 กรอบ ได้แก่
1.ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับอาเซียน
2.คุณค่าและความหลากหลาย
3.การติดต่อทั้งภายในภูมิภาคและประเทศ อื่นๆ ทั่วโลก
4.การส่งเสริมด้านความถูกต้องและยุติธรรม และ
5.การทำงานร่วมกันเพื่อความร่วมมืออันดีในอนาคต
โดยจะมุ่งพัฒนา 4 ด้าน ได้แก่ บุคลากร สถานที่ นโยบาย และความคิดสร้างสรรค์
อ้างอิงจาก http://www.kruthai.info/view.php?article_id=1553
วันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
เปิดโครงการครูอาสาสมัครสอนภาษาจีน ประจำปี พ.ศ.2555
นายสุชาติ ธาดำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ในวันที่11 พ.ค.นี้ กระทรวงศึกษาธิการ จะเปิดตัวโครงการครูอาสาสมัครสอนภาษาจีน ประจำปี พ.ศ.2555 ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการไทย – จีน เพื่อร่วมกันส่งเสริมและพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทย ได้รับความร่วมมือของสำนักงานส่งเสริมการสอนภาษาจีนนานาชาติ หรือ ฮั่นปั้น และหน่วยงานอื่นๆ ในการส่งอาสามัครจำนวน 1,200 คน มาช่วยสอนภาษาจีนให้นักเรียนไทยทุกสังกัด ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งจะจัดทำหนังสือสำหรับผู้เริ่มเรียนตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย จัดทำหลักสูตรภาษาจีน การให้ทุนการศึกษาภาษาจีนสำหรับครูไทย และการแลกเปลี่ยนเยาวชนไทย – จีน โดยนายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานเปิดโครงการดังกล่าว
อ้างอิงจาก http://www.enn.co.th/3029-%E0%B8%A8%E0%B8%98.%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99.html
ผลการเสี่ยงทายวันพืชมงคล 2555
วันพืชมงคล ซึ่งตรงกับวันพุธที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
ผลการเสี่ยงทายพระโคกินเลี้ยง พระโคเสี่ยงทาย (พระโคฟ้า-พระโคใส) กินหญ้า พยากรณ์น้ำท่าบริบูรณ์พอควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร อุดมสมบูรณ์ดี
ผลการตั้งสัตยาธิษฐานหยิบผ้านุ่งแต่งกาย (การเสี่ยงทายผ้านุ่ง) พระยาแรกนา หยิบได้ผ้า ๖ คืบ พยากรณ์ว่า น้ำจะน้อย นาในที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดี แต่นาในที่ดอน จะเสียหายบ้าง ได้ผลไม่เต็มที่
วันพืชมงคล เป็นวันสำคัญที่กำหนดขึ้นเพื่อระลึกถึงความสำคัญของเกษตรกรที่มีต่อเศรษฐกิจไทย มีการจัดพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งเป็นพระราชพิธีโบราณ สืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ประกอบด้วย 2 พระราชพิธีคือ พระราชพิธีพืชมงคล และพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พระราชพิธีนี้กระทำที่ท้องสนามหลวง
ทางราชการกำหนดให้วันพืชมงคลเป็นวันเกษตรกร และกำหนดให้วันนี้เป็นวันหยุดราชการ ยกเว้นธนาคารและบริษัทเอกชนบางแห่งไม่หยุดทำการ วันพืชมงคลจะไม่ตรงกับวันเดิมตามสุริยคติหรือจันทรคติของทุกปี แต่สำนักพระราชวังจะเป็นผู้ประกาศวันพืชมงคล ให้เป็นวันใดวันหนึ่งในเดือนพฤษภาคม แล้วแต่ในแต่ละปี ซึ่งในปี พ.ศ. 2555 วันพืชมงคล ตรงกับวันพุธที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
โดยในปี พ.ศ. 2554 พระโคเสี่ยงทาย (พระโคฟ้า-พระโคใส) กินหญ้า – เหล้า พยากรณ์น้ำท่าบริบูรณ์พอควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร อุดมสมบูรณ์ดี การคมนาคมสะดวกยิ่งขึ้น การค้ากับต่างประเทศดีขึ้น และ พระยาแรกนาเสี่ยงได้ผ้า 5 คืบ สองพระโคกินหญ้า-เหล้า โหรทำนายน้ำ-อาหารบริบูรณ์พอควร การค้าต่างประเทศดีขึ้น
และในปี พ.ศ. 2555
วันพืชมงคล ซึ่งตรงกับวันพุธที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
ผลการเสี่ยงทายพระโคกินเลี้ยง พระโคเสี่ยงทาย (พระโคฟ้า-พระโคใส) กินหญ้า พยากรณ์น้ำท่าบริบูรณ์พอควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร อุดมสมบูรณ์ดี
ผลการตั้งสัตยาธิษฐานหยิบผ้านุ่งแต่งกาย (การเสี่ยงทายผ้านุ่ง) พระยาแรกนา หยิบได้ผ้า ๖ คืบ พยากรณ์ว่า น้ำจะน้อย นาในที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดี แต่นาในที่ดอน จะเสียหายบ้าง ได้ผลไม่เต็มที่
อ้างอิงจาก http://news.enterfarm.com/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A5-2555.html
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


