เลือกภาษา
Long live the King of Thailand
ในหลวงเสด็จทุ่งมะขามหย่อง อยุธยา
การแสดงชุดหลั่งเลือดทาบทา ปกปักษ์รักษาแผ่นดิน ณ ทุ่งมะขามหย่อง
วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2556
ตัวแทนภาคเข้าแข่งขันระดับประเทศ OBEC AWARDS ระดับชาติที่เมืองทองธานี 13-15 ก.พ. 56
ตรวจสอบรายชื่อตัวแทนระดับภาคที่ สพฐ. เชิญเข้าร่วมประกวด OBEC AWARDS ระดับชาติที่เมืองทองธานี 13-15 ก.พ. 56 (ปรับปรุงข้อมูลภาคใต้ล่าสุด) โทร. 02-2885651 สำหรับประสานงาน (โดย : สพร.3)
ด่วน!
ขอให้ตัวแทนระดับภาค จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับตัวชี้วัดในแบบประเมิน ความยาวไม่เกิน 50 หน้า รวมภาคผนวก จำนวน 3 ชุด เพื่อจัดส่งให้กรรมการประเมิน ครั้งที่ 1 ก่อน และเตรียมนำเสนอ 10 นาที ซักถาม 5 นาที โต๊ะแสดงผลงาน
ขนาด 1x2 เมตร
ที่อยู่สำหรับส่งเล่มสรุปผลงานฯ จำนวนไม่เกิน 50 หน้า 1 เล่ม เพื่อให้กรรมการประเมิน ก่อนล่วงหน้า ที่เหลืออีก 2 เล่ม ขอให้นำไปในวันประกวดระดับชาติ ที่เมืองทองธานี 13-15 ก.พ.56 ส่ง EMS ถึงผู้รับ ภายในวันที่ 22 ม.ค.56 นี้
ผู้รับ คุณนาฏสุดา หริตวร
โรงแรมอเล็กซานเดอร์
เลขที่ 1 ซอยรามคำแหง 83/3
ถนนรามคำแหง หัวหมาก บางกะปิ
กทม.10240
(การประกวดรางวัลทรงคุณค่า สพฐ. OBEC AWARDS)
ผู้ส่ง
ชื่อ..............นามสกุล...............................
โรงเรียน..................................................สังกัด................................................
รางวัล/ประเภทที่ส่ง..........................................................ระดับ....................
กลุ่มสาระ(สำหรับครู).............................................................
ด้าน.......................................................................
อ้างอิงจาก หนังสือราชการจาก สพร. http://202.143.174.11/personnel/news2011/allbook_spr.php
วันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2555
งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 62 ปีการศึกษา 2555
งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 62 ปีการศึกษา 2555
งานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับภาคครบ ทุกภาคแล้ว ทางคณะทำงานจะตัดรายชื่อนักเรียนและครูที่มีผลการแข่งขัน อันดับที่ 1-3 เข้าโปรแกรมระดับชาติ โดยอัตโนมัติ โดยให้แต่ละโรงเรียนที่เป็นตัวแทน ตรวจสอบรายชื่อได้ ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2555 เป็นต้นไปในเว็บนี้ รายละเอียดจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งครับ โดยจะอนุญาตให้เปลี่ยนตัวได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด username password สามารถนำมาใช้ในระดับชาติเพื่อการตรวจสอบและพิมพ์บัตรต่อไป
กำหนดการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับชาติ เมืองทองธานี วันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ 2556 นี้ หลังจากการแข่งขันครบทั้ง 4 ภาค ในวันที่ 21 ธันวาคม 2555 ที่จ.ภูเก็ตแล้ว จะมีการประกาศผลนักเรียนที่เข้าสู่เวทีระดับชาติ ประมาณสิ้นเดือนธันวาคม 2555 ข่าวคืบหน้า จะแจ้งให้ทราบต่อไป
เกณฑ์การตัดสิน
ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
เกณฑ์การประเมินและคัดเลือกเป็นบุคคล/หน่วยงาน/สถานศึกษายอดเยี่ยมระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มีเกณฑ์ตัดสิน ดังนี้
1. มีผลการประเมินคุณสมบัติเบื้องต้นผ่านทุกรายการ ตามที่คณะกรรมการประเมินกำหนด
2. มีผลการประเมินเฉพาะด้านในระดับดีเยี่ยมของตัวชี้วัดที่ประเมินร้อยละ 80 ขึ้นไป
ระดับภาค
เกณฑ์การประเมินและคัดเลือกเป็นบุคคล/หน่วยงาน/สถานศึกษายอดเยี่ยมระดับภาค มีเกณฑ์ตัดสิน ดังนี้
1. มีผลการประเมินคุณภาพเบื้องต้นผ่านทุกรายการ ตามที่คณะกรรมการประเมินกำหนด
2. มีผลการประเมินเฉพาะด้านในระดับดีเยี่ยมของตัวชี้วัดที่ประเมินร้อยละ 85 ขึ้นไป
อ้างอิงจาก http://art62.sillapa.net/
วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่ 27 ตุลาคม พ.ศ.2555
ประวัติส่วนตัว
l คู่สมรส นางพนิดา เทพกาญจนา (วัธนเวคิน)
ตำแหน่งปัจจุบัน
l รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่ 27 ตุลาคม พ.ศ.2555
ประวัติการศึกษา
l นิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
l Master of Comparative Law (Foreign Practice), George Washington University
สหรัฐอเมริกา
l เนติบัณฑิตไทย สำนักศึกษาอบรมกฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา
l Master of Comparative Law (American Practice), George Washington University
สหรัฐอเมริกา
ประวัติการรับราชการ
l ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำกระทรวง
l รองเลขาธิการส่งเสริมงานตุลาการ
l ผู้พิพากษาศาลจังหวัดสกลนคร
ประวัติการทำงาน
ทางการเมือง
l รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
l รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
l รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
l สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
l รองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย
l สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จังหวัดสมุทรสาคร (พ.ศ.2539 - พ.ศ.2540)
l รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (พ.ศ.2538 - พ.ศ.2539)
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
l มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก
l มหาวชิรมงกุฎ
l จตุตถดิเรกคุณาภร
อ้างอิงจาก http://www.moe.go.th/websm/minister/phongthep.htm
ทักษะแห่งอนาคตใหม่: การศึกษาเพื่อศตวรรษที่ 21
ทักษะแห่งอนาคตใหม่: การศึกษาเพื่อศตวรรษที่ 21
ในฐานะผู้คลั่งไคล้หนังสือ “ทักษะแห่งอนาคตใหม่: การศึกษาเพื่อศตวรรษที่ 21” เล่มนี้ สื่อสาระสำคัญยิ่งของการศึกษายุคใหม่ ที่แตกต่างไปจากแนวคิดเดิมๆ โดยสิ้นเชิง นักการศึกษา ครู พ่อแม่ผู้ปกครอง นักเรียน และผู้สนใจคุณภาพของการศึกษาทุกคนควรได้อ่านหนังสือเล่มนี้ เพื่อจะได้ช่วยกันขับเคลื่อนการศึกษาไทยออกไปจากความเชื่อหรือวิธีคิดเก่าๆ ให้การเรียนรู้ในสังคมไทยบรรลุการเรียนรู้ทักษะสำหรับมนุษย์ในศตวรรษที่ 21 ให้จงได้
ศ.นพ. วิจารณ์ พานิช
ประธานกรรมการมูลนิธิสถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส.)
และรองประธานกรรมการมูลนิธิสยามกัมมาจล
การปฏิรูปการศึกษาที่แท้ควรปฏิรูปกระบวนทัศน์ด้วย ภายใต้กระบวนทัศน์ใหม่นี้ “กระบวนการเรียนรู้สำคัญกว่าความรู้” และ “ครูมิใช่ผู้มอบความรู้” แต่เป็น “ผู้ออกแบบกระบวนการเรียนรู้ไปพร้อมกับเด็กและเยาวชน”
เป้าหมายของการเรียนรู้มิใช่ตัวความรู้อีกต่อไป เพราะตัวความรู้นั้นมีมายมายมหาศาลเกินกว่าที่จะมอบให้นักเรียนแต่ละชั้นปีได้ อีกทั้งนักเรียนในศตวรรษใหม่มีหนทางค้นหาความรู้ด้วยตนเองจากทุกหนแห่งทั้งในสิ่งแวดล้อมและอินเทอร์เน็ต
หากการศึกษาไทยยังย่ำอยู่กับกระบวนทัศน์เดิม คือมอบความรู้เป็นรายวิชาก็จะไม่ทันสถานการณ์โลก ที่ควรทำคือมีกระบวนทัศน์ใหม่ที่จะพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็นผู้ใฝ่เรียนรู้ตลอดชีวิต เด็กและเยาวชนจะเรียนรู้อะไรบ้างขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละคน แต่ที่ทุกคนควรมีคือความสามารถในการเรียนรู้ตลอดเวลา ตลอดชีวิตและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
เลขาธิการมูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์
อ้างอิงจาก http://openworlds.in.th/books/21st-century-skills/
วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2555
เห็นชอบในหลักการ "การให้ครูมีและเลื่อนวิทยฐานะ ด้วยการประเมินสมรรถนะ (TPK Model)"
เห็นชอบในหลักการ "การให้ครูมีและเลื่อนวิทยฐานะ ด้วยการประเมินสมรรถนะ (TPK Model)"
ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้เสนอต่อที่ประชุม โดยให้ ก.ค.ศ. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ สพฐ. สอศ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาจัดทำรายละเอียดหลักเกณฑ์ให้เหมาะสมสำหรับครูสังกัดต่างๆ และให้เสนอที่ประชุมพิจารณาในครั้งต่อไป
เลขาธิการ กพฐ.กล่าวว่า การประเมินแบบใหม่จะประกอบด้วยองค์ประกอบ ๒ ส่วนที่สำคัญ คือ
๑) ประเมินสมรรถนะครู ทั้งสมรรถนะด้านการสอน และสมรรถนะทางวิชาการ เพราะสองส่วนถือเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินคุณภาพของครู ซึ่งการพัฒนาครูเพื่อนำไปสู่การเลื่อนวิทยฐานะแบบใหม่ มีองค์ประกอบที่สำคัญ ๓ ส่วนที่จะช่วยให้เกิดพลังในการพัฒนาครูเป็นอย่างมาก คือ
Teacher Training Institute หรือสถาบันการผลิตและพัฒนาครู เช่น คณะศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์แห่งประเทศไทย สถาบันทางวิชาการ ๘ กลุ่มสาระ หรือแม้แต่หน่วยงานสอนภาษา เช่น AUA British Council สถาบันขงจื่อ ฯลฯ ก็จะเข้ามามีบทบาทในการผลิตและพัฒนาครูอย่างมีคุณภาพมากขึ้น
Certifying Body หรือสถาบันรับรองสมรรถนะครู เช่น สสวท. สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยฯ จะเป็นหน่วยงานสำคัญในการรับรองสมรรถนะครูผู้สอนในสาขาวิชาต่างๆ
Awarding Body หรือสำนักงาน ก.ค.ศ. จะเป็นหน่วยงานในการประเมินสมรรถนะครู
๒) ประเมินผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน หรือผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน โดยดูจากคะแนนความก้าวหน้าของผลการสอบ O-Net หรือ National Test เช่น อาจพิจารณาจากคะแนน Percentile ที่ 50 เป็นจุดตัด (เปอร์เซ็นไทล์ เป็นคะแนนที่บ่งบอกให้ทราบว่าผู้เรียนคนนั้นๆ อยู่ในระดับที่เท่าใดเมื่อเทียบจาก ๑๐๐ คน) หากกลุ่มโรงเรียนใดได้คะแนน Green Zone เช่นอาจจะมากกว่า ๗๐ ขึ้นไป ครูควรได้รับการประเมินวิทยฐานะชำนาญการพิเศษหรือเชี่ยวชาญได้ โดยอาจจะจัดทำเพียงสาระนิพนธ์ประมาณ ๕๐ หน้า ซึ่งบ่งบอกถึงวิธีการทำให้ Percentile นักเรียนสูงขึ้น ในขณะเดี่ยวกันกลุ่มที่ได้ Percentile ต่ำกว่า ๕๐ ถือเป็นกลุ่ม Red Zone ที่ต้องได้รับการดูแลและพัฒนา ตัวอย่างหนึ่งที่สำคัญในการพิจารณา เช่น ระดับการพิจารณาสมรรถนะทางวิชาการ (Academic Competency) อาจจะพิจารณาให้ครูเลื่อนเป็นชำนาญการโดยดูจากค่า Percentile ที่ ๕๐, ชำนาญการพิเศษ ได้ค่า Percentile ที่ ๖๐, เชี่ยวชาญ ได้ค่า Percentile ที่ ๗๐ เป็นต้น
อ้างอิงจาก http://www.moe.go.th/websm/2012/sep/263.html
วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2555
การสมัครเข้าร่วมประชุมนานาชาติและการประชุมเชิงปฏิบัติการและสัมมนากลุ่มย่อย
มหกรรมทางการศึกษาเพื่อพัฒนาวิชาชีพครู
ระหว่างวันที่ 10-12 ตุลาคม 2555 ลงทะเบียนสมัครเข้าประชุมสัมมนาได้แล้ว
มีเอกสาร DVD ให้ชมในปีที่ผ่านมา ดีมาก
ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา ควรไปอย่างยิ่ง
เชิมชมรายการ Educa หรือ งานมหกรรมทางการศึกษาเพื่อพัฒนาวิชาชีพครู ครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิด Reform! Reform! Reform! การปฏิรูปอนาคตการศึกษาจะประสบผลสำเร็จอย่างยั่งยืนได้อย่างไร ร่วมรับชม รายการต่างๆ กว่า 50 รายการ โดยวิทยากรชั้นนำระดับโลก นักการศึกษา
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.educathai.com/
วันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2555
ประชุม ก.ค.ศ.ครั้งที่ ๘/๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕
ประชุม ก.ค.ศ.ครั้งที่ ๘/๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕
ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ ๘/๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕ โดยมีสาระสำคัญสรุปดังนี้
เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาฯ รอง/ผอ.สถานศึกษา
รมว.ศธ.กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา ในพื้นที่ปกติและในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ฯ ซึ่งได้ยึดหลักการตามแนวทางการสรรหาที่ ก.ค.ศ.กำหนดไว้เดิมตาม ว๗ และ ว๘ โดยปรับรายละเอียดเพิ่มเติมตามนโยบายของ รมว.ศธ.ในประเด็นต่างๆ ดังนี้
๑) ให้ผู้ผ่านเกณฑ์การตัดสินไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๖๐ ขึ้นบัญชีไว้ทุกคน มีอายุการขึ้นบัญชีไม่เกิน ๒ ปี นับจากวันที่ประกาศขึ้นบัญชี แยกเป็น ๒ กลุ่มคือ กลุ่มทั่วไปและกลุ่มประสบการณ์
๒) กำหนดให้การบรรจุและแต่งตั้ง กรณีบัญชีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหมดบัญชีก่อน หรือไม่มีผู้สมัคร หรือไม่มีผู้ขึ้นบัญชี ก็ให้ใช้บัญชีกลุ่มที่เหลือในการบรรจุและแต่งตั้งได้
๓) การบรรจุและแต่งตั้งครั้งแรก หากมีเหตุสุดวิสัยไม่สามารถมารายงานตัวได้ ให้คงขึ้นบัญชีไว้ในลำดับเดิมได้ และกรณีไม่มีสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาที่ระบุไว้ในใบสมัคร หากไม่สมัครใจหรือขอสละสิทธิ์การบรรจุและแต่งตั้ง ให้คงการขึ้นบัญชีไว้ในลำดับเดิม ทั้งบัญชีรวมสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และบัญชีเขตพื้นที่การศึกษา
๔) การบรรจุและแต่งตั้งครั้งต่อไปจากบัญชีรวม สพฐ. เมื่อ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาได้ใช้บัญชีเขตพื้นที่การศึกษาทุกกลุ่มหมดแล้ว การขอใช้บัญชีรวมของ สพฐ.กลุ่มใด ให้พิจารณาจากการสิ้นสุดการใช้บัญชีว่าสิ้นสุดที่กลุ่มใด ให้ไปเริ่มใช้บัญชีของอีกกลุ่มสลับกันไป
๕) (ร่าง) หลักเกณฑ์ดังกล่าว ให้ใช้สำหรับการสรรหาผู้บริหารสถานศึกษาครั้งต่อไป
รมว.ศธ.กล่าวเพิ่มเติมถึงข้อเรียกร้องของ "ตัวแทนกลุ่มผู้สอบผ่านร้อยละ ๖๐" ซึ่งได้เดินทางมายื่นข้อเสนอต่อคณะกรรมการ ก.ค.ศ.ก่อนการประชุมในครั้งนี้ ๒ ประเด็น คือ ๑) ขอสิทธิ์การบรรจุผู้สอบผ่านร้อยละ ๖๐ ให้ได้รับการประกาศขึ้นบัญชีเพื่อรอการบรรจุและแต่งตั้งปีงบประมาณ ๒๕๕๕-๒๕๕๖ และ ๒) ขอสิทธิ์ผู้สอบผ่านร้อยละ ๖๐ เพื่อเข้าอบรมแต่งตั้งและพัฒนาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งฯ ว่า แม้ที่ประชุมจะเห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์ดังกล่าว แต่ให้ใช้สำหรับการสรรหาในครั้งต่อไป หากเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ซึ่งอยู่ในระหว่างกระบวนการสรรหาครั้งนี้ อาจจะส่งผลให้เกิดการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง ซึ่งจะกระทบต่อการสรรหาทั้งระบบได้
เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาฯ รอง ผอ.สช.จังหวัด/ผอ.สช.จังหวัด/ผอ.สช.อำเภอ ในเขตพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้
รมว.ศธ.กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด และผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอ ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และสงขลา ทั้ง ๓ หลักเกณฑ์
ซึ่งมีสาระสำคัญคือ ให้เพิ่มกรณีผู้มีสิทธิ์เข้ารับการสรรหาทั้ง ๓ เกณฑ์ โดยให้นับระยะเวลาทวีคูณในการคำนวณระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งได้ พร้อมทั้งให้ อ.ก.ค.ศ.สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการดำเนินการออกข้อสอบ ตรวจกระดาษคำตอบ และประมวลผลการสอบ แทนสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพราะสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มี อ.ก.ค.ศ.ที่ ก.ค.ศ.ตั้งในส่วนราชการเพียงคณะเดียว การดำเนินการจึงควรให้ อ.ก.ค.ศ.สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งต่างจาก อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งมีหลายคณะ ส่วนราชการจึงต้องดำเนินการเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
เห็นชอบร่างระเบียบ ก.ค.ศ.เงินเพิ่มตำแหน่งเหตุพิเศษของครูการศึกษาพิเศษและครูการศึกษาพิเศษ กรณีเรียนร่วม
ที่ประชุมเห็นชอบร่างระเบียบ ก.ค.ศ.ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ปฏิบัติหน้าที่ครูการศึกษาพิเศษและครูการศึกษาพิเศษ กรณีเรียนร่วม พ.ศ. .... โดยให้ปรับเพิ่มจากเดือนละ ๒,๐๐๐ บาท เป็น ๒,๕๐๐ บาท และเสนอกำหนดเงินเพิ่มพิเศษสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของครูสอนหลายชั้นเรียนในอัตรา ๒,๕๐๐ บาทด้วย
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาเกณฑ์การย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สพฐ. แต่ได้ขอให้ สพฐ.นำกลับไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่งด้วยความละเอียดรอบคอบในประเด็นต่างๆ เช่น ขนาดของสถานศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เป็นต้น ส่วนเกณฑ์การย้ายซึ่งได้เปิดให้ยื่นขอย้ายระหว่างวันที่ ๑-๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๕ ให้ใช้เกณฑ์การย้ายเดิม
อ้างอิงจาก http://www.moe.go.th/websm/2012/jul/207.html
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


