เลือกภาษา
Long live the King of Thailand
ในหลวงเสด็จทุ่งมะขามหย่อง อยุธยา
การแสดงชุดหลั่งเลือดทาบทา ปกปักษ์รักษาแผ่นดิน ณ ทุ่งมะขามหย่อง
วันจันทร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2555
ปฏิทินการคัดเลือกฯ (Admissions กลาง)ประจำปีการศึกษา 2555
ปฏิทินการคัดเลือกฯ (Admissions กลาง)ประจำปีการศึกษา 2555
จำหน่ายหนังสือระเบียบการฯ 4-20 เม.ย 2555 ศูนย์กรุงเทพมหานคร/ศูนย์ภูมิภาค
รับสมัคร 11-20 เม.ย 2555 ทาง Website: www.cuas.or.th
ชำระเงินค่าสมัคร 11-24 เม.ย 2555 ชำระผ่านธนาคาร หรือ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ไทย
ผู้สมัครตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลการสมัคร 12-25 เม.ย 2555 ทาง Website: www.cuas.or.th
ยื่นคำร้องขอแก้ไขข้อมูลส่วนตัว 12-27 เม.ย 2555 ทางโทรสารหมายเลข 0-2354-5155-6
ตรวจสอบคะแนนดิบที่ใช้ในการคัดเลือกฯ และรายชื่อนักเรียนที่ถูกตัดสิทธิ์ Admissions กลาง
29-30 เม.ย 2555 ทาง Website: www.cuas.or.th ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย
9 พ.ค 2555 ทาง Website: www.cuas.or.th สอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย 14-16 พ.ค 2555 มหาวิทยาลัย/สถาบันอุดมศึกษาที่สอบได้ ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา 21 พ.ค 2555 ทาง Website: www.cuas.or.th
ที่มาจาก http://www.cuas.or.th/calendar.html
วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2555
งานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี
อ้างอิงจากhttp://www.opm.go.th/opminter/contentweb/Bejaratana_Rajasuda/doc/9april_holiday.pdf
8-10 เมษายน 2555 แต่งกายไว้ทุกข์ ลดธงครึ่งเสา
9 เมษายน 2555 เป็นวันหยุดราชการ
จังหวัดนครราชสีมาจัดที่ วัดสุทธจินดา อำเภอเมืองจังหวัดนครราชสีมา
วันที่ 9 เมษายน 2555 เวลา 15.30 น. ข้าราชการชุดเครื่องแบบเต็มยศไว้ทุกข์ ถวายดอกไม้จันทน์
เวลา 22.00 น. ข้าราชการ ชุดเครื่องแบบปกติขาวไว้ทุกข์ เผาดอกไม้จันทน์
31 มี.ค.255 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า โดยที่ทรงพระอนุสรณ์ถึง สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ซึ่งสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2554 ว่าเป็นพระราชธิดาพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวผู้ เป็นสมเด็จพระปิตุลาธิราช และเป็นพระบรมวงศ์ผู้ใหญ่ ผู้เป็นที่เคารพนับถือในหมู่พระบรมวงศานุวงศ์ เมื่อเสด็จสิ้นพระชนม์ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประดิษฐานพระ ศพไว้ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระราชทานเป็นลำดับมา บัดนี้ ถึงวาระที่ จะได้พระราชทานเพลิงพระศพเป็นอวสานแห่งการพระราชกุศล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ตั้งการพระราชพิธีขึ้น ทรงพระราชดำริว่า สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอพระองค์นั้น ทรงพระเกียรติคุณ เป็นที่เชิดชูแห่งพระราชวงศ์ อีกทั้งทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจเป็นหิตานุหิตประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน นานัปการ ควรได้รับพระเกียรติยศใหญ่ขึ้น โดยอนุโลมตามโบราณราชประเพณี
จึง มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เจ้าพนักงานจัดสัปตปฎลเศวตฉัตร กางกั้นพระโกศ พระราชทานเป็นเครื่องเพิ่มเติมพระเกียรติยศให้ปรากฏสืบไป ประกาศ ณ วันที่ 25 มี.ค. 2555 เป็นปีที่ 67 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศสถาปนาพระเกียรติยศ ลงในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 31 มี.ค. 2555
ใน ช่วงเช้าที่ผ่านมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงร่วมการฝึกซ้อมใหญ่ริ้วขบวนพระอิสริยยศ ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ผู้นำเหล่าทัพ และคณะผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการฝึกซ้อม ท่ามกลางประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เฝ้าชมริ้วขบวนพระอิสริยยศเต็มสองข้างทาง โดยการฝึกซ้อมเป็นไปอย่างราบรื่นดี
นางสุกุมล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม กล่าวภายหลังซ้อมริ้วขบวนว่า การฝึกซ้อมริ้วขบวนพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ครั้งที่ 3 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับสั่งถึงการซ้อมริ้วขบวนว่า มีความเรียบร้อยดี ส่วนการจัดสร้างพระเมรุนั้น ทรงรับสั่งว่า กรมศิลปากรจัดสร้างพระเมรุทั้งด้านสถาปัตยกรรม และศิลปกรรม ได้สวยงามมาก และทรงห่วงใยเรื่องของการสืบทอดงานสถาปัตยกรรมไทย ที่ พล.อ.ต.อาวุธ เงินชูกลิ่น ในฐานะผู้ออกแบบพระเมรุ ถือเป็นงานฝีมือศิลปกรรมชั้นสูง พระองค์จึงทรงเป็นห่วงอยากให้มีการสืบทอด และอยากจะให้มีผู้ที่เข้ามาศึกษาในเรื่องนี้มากขึ้น ในส่วนของกรมศิลปากร ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า มีภาพพระเมรุ อาคารประกอบพระเมรุ เครื่องประกอบพระเมรุ ที่แสดงถึงภูมิปัญญาของช่างไทยที่เป็นงานฝีมือ ที่เผยแพร่ไปยังสื่อต่างๆ ก็จะทำให้มีนักศึกษา เยาวชนคนรุ่นใหม่สนใจที่จะเข้ามาเรียนรู้ในวิชาแขนงนี้มากขึ้นด้วย
นางสุกุมล กล่าวต่อไปว่า สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ยังได้กำหนดการฝึกซ้อมการแสดงหนังใหญ่ – โขน เนื่องในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ณ โรงละครแห่งชาติ โดยในวันที่ 2 เม.ย. เวลา 09.00 น. มีพิธีบูชาครู เวลา 10.00 น. การแสดงหนังใหญ่ชุดเบิกหน้าพระและเบิกโรงจับลิงหัวค่ำ การแสดงโขนชุด สีดาหาย (สูรปะนักขาหึง) การแสดงโขนชุด ปราบพญาขร พญาฑูษณ์ การแสดงโขนชุด ตามกวาง เวลา 13.30 น. การแสดงโขนชุด ระบำวานรพงศ์ การแสดงโขนชุด พิเภษณ์ถูกขับ – สวามิภักดิ์ การแสดงโขนชุด จองถนน การแสดงโขนชุด ศุกะ สารัณ ปลอมพล
รมว.วัฒนธรรม กล่าวอีกว่า วันที่ 3 เม.ย.เวลา 09.00 น. การแสดงโขนชุด องคตสื่อสาร การแสดงโขนชุด ศึกนาคบาศ การแสดงโขนชุดระบำอสุรพงศ์ การแสดงโขนชุด ศึกทศกัณฐ์ครั้งแรก ทัพสิบขุนสิบรถ การแสดงโขนชุด พระรามคืนนคร วันที่ 4 เม.ย.เวลา 09.00 น. การแสดงโขนชุด นางลอย (แสดงหน้าพระเมรุ) วันที่ 5-8 เม.ย. เวลา 17.00 น. ซ้อมที่เวทีหนังใหญ่ - โขน (เวทีจริง) ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งเมื่อมีการซ้อมทุกครั้ง สำนักการสังคีตจะดูความพร้อมและปรับปรุงแก้ไขให้เกิดความเหมาะสมต่อไป.
น.ส.สุธิตา แสนสวาท ประชาชนที่เดินทางมารับชมการซ้อมริ้วขบวน กล่าวว่า เดินทางออกจากบ้านย่านดอนเมืองตั้งแต่เวลา 07.00 น. เพื่อมาเฝ้ารอชมริ้วขบวนพระอิสระยศ และเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เห็นสิ่งสวยงามในรูปแบบงานพระราชพิธีแบบนี้ ซึ่งตนมีความรู้สึกประทับใจที่ได้มาเห็นการซ้อมใหญ่ครั้งนี้ด้วยตัวเอง
ขณะ ที่นักท่องเที่ยวชายชาวเยอรมนีรายหนึ่ง กล่าวว่า รู้สึกอัศจรรย์ใจที่ได้เห็นพระราชพิธีอันทรงเกียรติ โดยริ้วขบวนมีความสวยงามอย่างมาก ซึ่งตนก็ได้เก็บภาพเป็นที่ระลึกไว้ด้วย
อ้างอิงจาก http://www.dailynews.co.th/royal/19911
จัดสอบ O-NET รอบพิเศษ 10-11 เม.ย.นี้
สทศ.จัดสอบ O-NET รอบพิเศษ ป.6 ม.3 และ ม.6 วันที่ 10-11 เม.ย.นี้ ให้ นร.ที่เกิดเหตุสุดวิสัยไม่ได้มาสอบตามกำหนด เพื่อนำคะแนนไปใช้สอบเข้าเรียนต่อได้ ประกาศผล ป.6 ม.3 วันที่ 28 เม.ย. ส่วน ม.6 ประกาศ 15 เม.ย. ระบุ นร.ต้องสมัครด้วยตนเองหรือส่งใบสมัครทาง EMS พร้อมเสียค่าสมัครสอบชุดละ 100 บาท
รศ.ดร.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทศ. กล่าวว่า ตามที่ สทศ.ได้ดำเนินการจัดการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-NET ช่วงชั้นที่ 2 (ป.6) สอบวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555, O-NET ช่วงชั้นที่ 3 (ม.3) สอบวันที่ 28-29 กุมภาพันธ์ 2555 และ O-NET ช่วงชั้นที่ 4 (ม.6) ในวันที่ 18-19 กุมภาพันธ์ 2555 แต่เนื่องจากนักเรียนบางรายเกิดเหตุสุดวิสัยไม่สามารถมาสอบได้ในวันและเวลาดังกล่าว แต่นักเรียนบางรายมีความจำเป็นที่ต้องใช้ผลสอบ O-Net เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในสมัครเข้าศึกษาต่อทั้งระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ที่จะนำคะแนน O-NET ไปใช้เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการคัดเลือกเข้าศึกษาต่ออย่างจริงจัง และเพื่อใช้ในการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา หรือ แอดมิชชั่นส์ อย่างไรก็ตาม ทาง สพฐ.ได้ประสานขอให้ สทศ. พิจารณาจัดสอบ O-NET ป.6, ม.3 และ ม.6 รอบพิเศษเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งครั้งเป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้โอกาสแก่นักเรียน ดังนั้น สทศ.จึงกำหนดให้มีการจัดสอบ O-NET ป.6, ม.3 และ ม.6 รอบพิเศษ สำหรับผู้ที่เกิด เหตุสุดวิสัยในวันสอบ โดยกำหนดต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
รศ.ดร.สัมพันธ์กล่าวต่อว่า (1. เป็นนักเรียนชั้น ป.6 ที่มีเลขที่นั่งสอบและไม่ได้เข้าสอบในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555 (2. เป็นนักเรียนชั้น ม.3 ที่มีเลขที่นั่งสอบและไม่ได้เข้าสอบในวันที่ 28-29 กุมภาพันธ์ 2555 (3. เป็นนักเรียนชั้น ม.6 ที่มีเลขที่นั่งสอบและไม่ได้เข้าสอบในวันที่ 18-19 กุมภาพันธ์ 2555 (4. เป็นนักเรียนเทียบเท่าชั้น ป.6 ม.3 และ ม.6 ที่มีเลขที่นั่งสอบและไม่ได้เข้าสอบตามวันและเวลาที่กำหนด และ (5. เป็นนักเรียนชั้น ป.6 หรือ ม.3 ที่โรงเรียนไม่ได้ส่งข้อมูลเข้าสอบ ในกรณีนี้นักเรียนต้องส่งหนังสือรับรองจาก โรงเรียนว่าไม่ได้ส่งรายชื่อเข้าสอบจริง
ทั้งนี้ ได้เปิดรับสมัครตั้งวันที่ 30 มีนาคมถึง 3 เมษายนนี้ โดยจะต้องสมัครด้วยตนเองที่ สทศ. หรือหากส่งเอกสารทางไปรศนีย์จะต้องส่งแบบ EMS เท่านั้น และชำระค่าสมัครโดยใช้ตั๋วแลกเงินสั่งจ่าย เสียค่าสมัครสอบชุดละ 100 บาท ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ วันที่ 6 เมษายนเป็นต้นไป
สำหรับวันสอบ O-NET ป.6 และเทียบเท่า วันที่ 10 เมษายน 2555 O-NET ม.3 และเทียบเท่า วันที่ 10-11 เมษายน 2555 O-NET ม.6 และเทียบเท่า วันที่ 10-11 เมษายน 2555 ประกาศผล ป.6 และ ม.3 ประกาศผลสอบวันที่ 28 เมษายน 2555 และ ม.6 ประกาศผลสอบวันที่ 15 เมษายน 2555 ทั้งนี้ สทศ.ได้กำหนดสถานที่สอบ 5 สนาม ได้แก่ โรงเรียนศรีอยุธยาในพระอุปถัมภ์ฯ กรุงเทพฯ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน จังหวัดขอนแก่น โรงเรียนนารีนุกูล จังหวัดอุบลราชธานี และโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย จังหวัดสงขลา
อ้างอิงจากhttp://www.kruthai.info/view.php?article_id=376
การเปิดและปิดสถานศึกษาปีการศึกษา 2555
กำหนดการเปิดปิดสถานศึกษา 2555
อ้างอิงจาก และดูเอกสารที่ http://210.246.189.115/ewtadmin/ewt/demo_0850/download/%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2.pdf
วันเสาร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2555
ประกาศปฏิญญา "การศึกษาไทยไม่ทอดทิ้งใคร สังคมไทยไม่ทอดทิ้งกัน"
ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงานประกาศปฏิญญา "การศึกษาไทยไม่ทอดทิ้งใคร สังคมไทยไม่ทอดทิ้งกัน" Inclusive Education, Inclusive Thailand เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๕ ณ ตึกสันติไมตรี จัดโดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพเยาวชน (สสค.) และองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) รมว.ศธ.กล่าวว่า ถือเป็นวันสำคัญที่จะได้ร่วมประกาศเจตนารมณ์อันแน่วแน่ เพราะนอกจากประเทศไทยจะเดินหน้าตามปฏิญญาการศึกษาเพื่อปวงประชาทั้งมวล (Education for All) และให้ความสำคัญกับปวงประชาทั้งมวลเพื่อการศึกษา (All for Education) แล้ว ยังมีความเชื่อมั่นว่าถ้าทุกคน ทุกหมู่เหล่า ทุกองค์กร ร่วมกันพัฒนาสร้างโอกาสทางการศึกษาเพื่อคนทั้งมวล เด็กและประชาชนทุกคนในประเทศไทย จะได้รับการพัฒนาอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง
การศึกษาเพื่อปวงประชาทั้งมวล เป็นข้อตกลงของประเทศสมาชิกองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ซึ่งได้ริเริ่มในประเทศไทย ณ หาดจอมเทียน ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๓ โดยทุกประเทศมีความเห็นพ้องกันว่าการศึกษาเป็นสิทธิ์อันพึงมีของประชาคมโลก เพราะการศึกษาจะพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในชุมชนและสังคมโลกอย่างเข้มแข็ง โดยประเทศสมาชิกต้องถือว่าเป็นภารกิจของรัฐบาลต้องดำเนินการให้บรรลุผลสำเร็จภายในปี ๒๕๕๘
นโยบายของรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการศึกษา และการดำเนินการตามปฏิญญาดังกล่าว รวมทั้งยังมีเจตนารมณ์ที่ยิ่งใหญ่ โดยมุ่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์คนทั้งมวลเพื่อการศึกษาและพัฒนาทั้งวงจร ดังจะเห็นได้จากนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา ที่ได้กล่าวถึงบทบาทของภาคส่วนต่างๆ ที่เข้ามาร่วมพัฒนาการศึกษา รัฐบาลยังได้ประกาศเพื่อเน้นย้ำอย่างชัดเจนอีกครั้งเมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๕๕ ว่ารัฐบาลจะจัดสรรทรัพยากรที่จำเป็นในด้านงบประมาณ บุคลากร และวิชาการ ที่เพียงพอ เพื่อดำเนินตามนโยบายการศึกษาที่ครอบคลุม และประกันโอกาสอย่างทั่วถึง เท่าเทียม มุ่งพัฒนาเด็กอย่างรอบด้านตามวัย สร้างความเชื่อมั่นและมั่นคงในชีวิตให้เด็กทุกคนนับตั้งแต่ครรภ์มารดาถึงการพัฒนาชีวิตแห่งการเรียนรู้ไปสู่พลังเด็กและเยาวชน ผู้สร้างอนาคตและสังคมไทย นโยบายของรัฐบาลจะช่วยแก้ไขปัญหาปัจจุบันที่เด็กไทยยังไม่สามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาประมาณ ๓ ล้านคน หรือ ๑ ใน ๕ ของประชากรเด็ก เยาวชนไทยทั้งระบบ เด็กเหล่านี้กำลังเผชิญกับปัญหาความยากจน ถูกบังคับใช้แรงงาน อยู่ในพื้นที่ชนบทห่างไกล ไร้สัญชาติ ถูกดำเนินคดีในสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร รวมทั้งพิการ และมีความบกพร่องในการเรียนรู้จุดเริ่มต้นของการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่สำคัญ คือ การดูแล และพัฒนาเด็กตั้งแต่ปฐมวัย ซึ่งจะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกัน และถือเป็นการลงทุนด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตั้งแต่รากฐาน โดยผลการศึกษาวิจัยทั้งในระดับสากล และในประเทศ พบว่าการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตั้งแต่ปฐมวัย จะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เด็กที่ได้รับอาหาร ดูแลสุขภาพที่ดี ในช่วงแรกของชีวิต จะมีทักษะทางกายภาพ และสติปัญญาที่ดีกว่า มีโอกาสเข้าเรียนจนถึงระดับอุดมศึกษาที่สูงกว่า สามารถลดโอกาสการซ้ำชั้นหรือการออกกลางคัน และเป็นกำลังแรงงานที่มีคุณภาพ จึงเป็นการพัฒนาคนที่ยั่งยืน คุ้มค่า และป้องกันปัญหาสังคมในระยะยาว
รมว.ศธ.ได้กล่าวขอบคุณ UNICEF ที่ได้ร่วมส่งเสริมสนับสนุน พัฒนาเด็กและเยาวชนตลอด ๕๐ ปีที่ผ่านมา ขอขอบคุณคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัย สกศ.ที่ได้วิจัยพบว่า การช่วยเร่งรัดพัฒนาเด็กปฐมวัยที่ด้อยโอกาส จะช่วยให้เด็กเหล่านี้สามารถพัฒนาได้ทันเด็กส่วนใหญ่ เพื่อเข้าเรียนในชั้นประถมศึกษาตอนต้น เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เป็นปัญหารากฐาน คณะทำงานส่งเสริมสังคมการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน ที่ริเริ่มนวัตกรรมครูเด็กรายกรณี มีแนวทาง ผู้ใกล้ชิด และชุมชนที่มีส่วนร่วมในการป้องกันและดูแลเด็กเยาวชนกลุ่มเสี่ยง ที่จะกลายเป็นกลุ่มด้อยโอกาสตั้งแต่เยาว์วัย
ขอบคุณตัวแทนจากทุกภาคส่วนที่ให้ความสำคัญกับเยาวชนที่มาร่วมในงานวันนี้เพื่อเป็นการยืนยันว่ารัฐบาลและผู้ใหญ่ทุกคน ให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชน เป็นสิ่งยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินการศึกษาเพื่อปวงชน และปวงประชาทั้งมวลเพื่อการศึกษา ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างแท้จริง
ประกาศปฏิญญา "การศึกษาไทยไม่ทอดทิ้งใคร สังคมไทยไม่ทอดทิ้งกัน"
Inclusive Education, Inclusive Thailand รั ฐ บ า ล จ ะ ดำ เ นิ น ก า ร ใ น เ รื่ อ ง ดั ง ต่ อ ไ ป นี้
๑. เด็กทุกคนที่เกิดในประเทศไทย จะได้รับการดูแลอย่างดี
ทั้งอาหารและการเลี้ยงดูครอบครัว จนถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนถึง ๒ ปี
๒. เด็กแรกเกิดจนถึง ๕ ปี ต้องได้รับโอกาสเข้าศูนย์เด็กเล็กและสถานศึกษาขั้นปฐมวัยที่มีคุณภาพ
ด้วยงบประมาณของรัฐบาลท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
๓. เด็กทุกคนที่อยู่ในวัยชั้นประถม สามารถเข้าเรียนในสถานศึกษาที่มีคุณภาพทุกแห่งและได้รับอุปกรณ์การศึกษาที่ทันสมัยอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งในส่วนของภาครัฐบาลและภาคเอกชนทั่วกัน
อ้่างอิงจาก http://www.moe.go.th/websm/2012/mar/084.html
วันศุกร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2555
การทำข้อตกลงโรงเรียนมหิศราธิบดีกับวิทยาลัยอาชีวศึกษานครราชสีมา
การลงนามข้อตกลงความร่วมมือ ระหว่าง โรงเรียนมหิศราธิบดี กับวิทยาลัยอาชีวศึกษานครราชสีมา วันศุกร์ที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๕ เวลา ๐๙.๐๐ น.
วันศุกร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2555
ศธ.เตรียมจัดงานอนาคตการศึกษาไทย
กระทรวงศึกษาธิการ เตรียมจัดงาน "อนาคตการศึกษาไทย" (Future of Thai Education) ระหว่างวันที่ ๖-๗ มีนาคม ๒๕๕๕ ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อแสดงความก้าวหน้าอนาคตทางการศึกษาของไทย
ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่าในการประชุมกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ ๒/๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบถึงรายละเอียดการจัดงานดังกล่าว โดยมีรายละเอียดเนื้อหาการจัดนิทรรศการความก้าวหน้าอนาคตการศึกษาไทย ใน ๑๑ หัวข้อ ดังนี้๑) คอมพิวเตอร์แท็บเล็ต จะแสดงถึงนโยบายและการบริหารจัดการที่จะแจกให้นักเรียน ป.๑ และ ม.๑ ทุกคน โดยส่วนหนึ่งจะรับบริจาคจากภาคเอกชน รวมทั้งการบรรจุ e-Content ที่ทันสมัยลงในแท็บเล็ต ไม่ใช่เป็นไฟล์ PDF หรือเป็นเพียงสื่อหน้ากระดาษแบนๆ
๒) หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน โดยเฉพาะรุ่นที่ ๓ ที่จะมีการให้ความรู้ต่างๆ ก่อนที่จะคัดเลือกนักเรียนให้ไปศึกษาต่อต่างประเทศ ๓๕ ประเทศ จำนวน ๙๒๘ ทุน และทุนส่วนตัว ๔๖๔ คน
๓) กองทุนตั้งตัวได้ จะแสดงถึงนโยบายและขั้นตอนการดำเนินงาน จำนวนนักศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลไปแล้ว รวมทั้งกลุ่มอาชีพหรือสาขาวิชาที่เป็นความต้องการของประเทศที่รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนเป็นเงินทุนสำหรับนักศึกษาที่ต้องการสร้างธุรกิจส่วนตัว
๔) ก้าวสู่ประชาคมอาเซียนและประชาคมโลก จะเน้นถึงการเปิดเสรีบริการทางการศึกษา บทบาทขององค์กรระหว่างประเทศด้านการศึกษา และบทบาทของโรงเรียนเอกชนนานาชาติ การเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ และ ๒๕๕๕ ปีแห่งการพูดภาษาอังกฤษ รวมทั้งการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ
๕) การปฏิรูปครู ที่ได้ดำเนินการในการสร้างขวัญกำลังใจครู วิทยฐานะครู ใบประกอบวิชาชีพครู ก.พ.๗ แบบใหม่ การแก้ปัญหาหนี้สินครู ความก้าวหน้าครูคืนถิ่น ครูคลังสมอง ครูพันธุ์ใหม่ การปรับปรุงมาตรฐานวิชาชีพครู
๖) ยกระดับการศึกษาของประชาชนให้จบ ม.๖ ซึ่งจะเสนอถึงแนวทางการดำเนินงานการจัดการเรียนการสอนการศึกษานอกระบบ เพื่อต้องการให้ประชาชนอายุ ๑๘ ปีขึ้นไป สามารถเทียบโอนความรู้ประสบการณ์อาชีพให้สามารถจบ ม.๖ อย่างมีคุณภาพได้ภายใน ๘ เดือน
๗) คุณภาพการศึกษา ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของ ศธ.ในการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพสำหรับเยาวชนทุกคน ทั้งโรงเรียนคุณภาพต้นแบบ และการแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก การจัดกลุ่มสถานศึกษา การสอนวิทย์/คณิต/เทคโนโลยี การสอบ O-Net การส่งเสริมการอ่าน ปฏิรูปหลักสูตร การเทียบโอนวุฒิการศึกษา เป็นต้น
๘) โทรทัศน์และสื่อเพื่อการศึกษา แสดงถึงเทคโนโลยีความก้าวหน้าในการดำเนินงานของ ETV, Teachers Channel และ R-radio
๙) ศักยภาพการศึกษาไทย ยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษา และปฏิทินชีวิต ซึ่งจะแสดงถึงทิศทางการศึกษา ความร่วมมือ การบูรณาการ การกระจายโอกาสทางการศึกษา การแก้ไขปัญหายาเสพติด กิจการลูกเสือ ข้อมูล วิจัย บทวิเคราะห์ ยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาของ ศธ. รวมทั้งเรื่องปฏิทินชีวิต ซึ่งแสดงถึงกิจกรรมในแต่ละช่วงชีวิตของคน
๑๐) การศึกษาเพื่ออาชีพและหลักสูตรเฉพาะทาง ที่เน้นถึงหลักสูตรเพื่อการมีงานทำ รวมทั้ง ๗ กลุ่มวิชาสู่ ๕ กลุ่มอาชีพ ตลอดจนหลักสูตรเฉพาะทาง
๑๑) การประชุมสัมมนาวิชาการ โดยมีกิจกรรมการประชุมสัมมนาอภิปรายตลอดระยะเวลาการจัดงาน
อ้างอิงจาก http://www.moe.go.th/websm/2012/feb/063.html
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
